ั้นนางจึงทำได้เพียงปรุงยาแผนปัจจุบันขึ้นมาใหม่เพื่อรักษาดวงตาท่านอาเล็ก
หลังจากที่นางได้ปรุงยาและได้ทดลองยาครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายได้ยาออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด นางก็วางมือ
มู่เฉียนซีค่อย ๆ เทยาลงในขวดแก้วใสด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด จากนั้นเปิดประตูออกไป ขมวดคิ้วเล็ก ๆ …เวลานี้ท้องนภามืดลงแล้ว
หลังจากที่นางใจจดใจจ่ออยู่กับการปรุงยามาเป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม สีหน้าของนางกลับมิได้ดูเหนื่อยล้าแต่อย่างใด ในทางกลับกัน นางยังดูสดใสมีชีวิตชีวา
‘อีกไม่นานดวงตาของท่านอาเล็กก็จะกลับมามองเห็นชัดเจนอีกครั้ง’
“ไป! ไปที่เรือนอวู่โยวกัน”
…
มู่เฉียนซีมาถึงเรือนอวู่โยว แม้ว่าตอนนี้จะเป็นยามราตรีที่ท้องฟ้ามืดเป็นสีดำทมิฬ ภายในห้องมู่อวู่ซวงกลับยังสว่างจ้า
— ก๊อก ๆ ๆ! —
มู่เฉียนซีเคาะประตูเบา ๆ
เสียงมู่อวู่ซวงดังลอดประตูออกมา เขากล่าวพร้อมแย้มรอยยิ้มด้วยเพราะรู้ว่าหลานสาวผู้เป็นที่รักมาหาแล้ว “ซีเอ๋อร์มานี่มา มาหาอา เจ้าไม่จำเป็นต้องเคาะประตูเลย”
มู่เฉียนซีเดินเข้าไป มือก็หยิบขวดยาแก้พิษออกมา ปากก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านอา ข้าปรุงยาแก้พิษได้แล้ว”
ภายในขวดแก้วใส มียาเหลวสีฟ้าอ่อนบรรจุอยู่ มือของมู่อวู่ซวงสัมผัสกับความเย็นของขวดแก้ว จากนั้นถามขึ้น “ยานี่หยดใส่เข้าไปในดวงตาเลยหรือไม่ ?”
“มิใช่เจ้าค่ะ เราต้องใช้เข็มยา” มู่เฉียนซีส่ายหน้า นางหยิบเข็มยามาสองเข็ม เอาเข็มยานั้นดูดยาในขวดไปครึ่งขวด ใจสั่นเล