นเพียงคำร่ำลือ
มู่เฉียนซีดูออกว่าราชาโอสถผู้นี้เย่อหยิ่งระคนดื้อรั้น จะให้เขาแหกกฎหุบเขาราชาโอสถนั้น เขาไม่ทำแน่นอน แต่ถึงอย่างไรนางก็มีวิธีอื่น
“เอาล่ะ ในเมื่อท่านไม่ยอมแพ้ เช่นนั้นเรามาแข่งกันสักตั้งดีหรือไม่ ? เรามาปรุงยาพิษแข่งกัน หากท่านพ่ายแพ้ให้กับข้า ท่านเอาสมุนไพรสองชนิดนั่นมอบให้ข้า แต่หากข้าพ่ายแพ้ท่าน…”
มู่เฉียนซีคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรที่เขาอยากจะได้เลย ราชาโอสถผู้นี้ไม่ได้ต้องการเงิน ตระกูลมู่นอกจากเงินทองแล้วก็ไม่มีอะไรที่ล้ำค่าเลย
จวินโม่ซีกล่าวขึ้นมา “หากเจ้าพ่ายแพ้ข้า ข้าจะเอาเจ้าผู้เย่อหยิ่งมาเป็นฟืนเผาไฟ”
ความโกรธมู่อีพลันปะทุ “ราชาโอสถ บังอาจยิ่งนัก!”
แน่นอนว่ามีผู้ที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟยิ่งกว่ามู่อี ทันใดนั้นกลิ่นอายสังหารกระหายเลือดกระจัดกระจายไปทั่ว ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้น
“อยากตายรึ ?!”
— บูม! —
จวินโม่ซีรับรู้ได้ถึงอันตรายทันที เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดเพื่อต่อต้านกับไอสังหารนั้น พลางมองไปที่จิ่วเยี่ยผู้สวมหน้ากากดำซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ มู่เฉียนซี บุรุษผู้มีรูปร่างสูงยาวราวกับปีศาจในยามรัตติกาลก็มิปาน ไหนจะดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือก ดูแล้วอันตรายอย่างยิ่ง!
มู่เฉียนซีผงะไปเช่นกัน นางเหลือบมองจวินโม่ซีพลางรับรู้ได้ว่าความแข็งแกร่งของบุรุษผู้นี้ต้องมากกว่าท่านอาเล็กเป็นแน่แท้ อายุเพิ่งจะแค่ยี่สิบปี คิดไม่ถึงเลยว่าพลังจะแข็งแกร่งเช่นนี้
จวินโม่ซีกัดฟันแน่