างก็รู้สึกอับอายขายหน้าจนแทบจะมุดแผ่นดินหนี นางคิด ‘ข้าแค่จะไปสนุกสนานบนหอบุปผาในเรือบุปผาของข้ามิใช่รึ ?! คิดไม่ถึงเลยว่าจะโดนเขาลักเอาตัวมาเช่นนี้ แถมยังโดนบังคับให้ร้องเพลงบ้า ๆ อีก โอ๊ยยยย มู่เฉียนซีรู้สึกมิปลื้ม!’
โดนบังคับให้ร้องเพลงคงจะไม่เท่าไหร่ ทว่าสุดท้ายแล้วนางกล่าวคำที่มิควรกล่าวกับเขาออกไป… ดันไปเอ่ยชมเขาเสียได้ ใบหน้าก็ชิดใกล้ ช่างน่าอับอายดีแท้…
เวลานี้นางรู้สึกสับสนราวกับมีอีกาจำนวนไม่น้อยวิ่งวนอยู่บนหัวนาง หากรู้มาก่อนหน้านี้ว่าตนเองนั้นคอไม่แข็ง ก็คงจะไม่ดื่มเข้าไปเยอะเช่นนี้ เพราะความตะกละของตนแท้ ๆ จนดูเหมือนว่าได้ทำเรื่องใหญ่มากลงไป เจ้าก้อนน้ำแข็งจิ่วเยี่ยคงจะไม่แก้แค้เอาคืนนางหรอกนะ!
จิ่วเยี่ยเดินเข้ามาใกล้นาง และชี้ลงไปในทะเลสาบใส
“เจ้าดูนั่นสิ”
ทันใดนั้น แสงสีม่วงระยิบระยับปรากฏขึ้นบนผิวน้ำของทะเลสาบ ช่างดูงดงามยิ่งกว่าแสงหิ่งห้อยเป็นไหน ๆ บรรยากาศที่ว่างเปล่า เสียงอันเงียบสงัดยามรัตติกาล แสงเรืองรองสว่าง ทิวทัศน์งดงามชวนหลงใหล
จิ่วเยี่ยยื้อเวลาให้นางอยู่ต่อก็เพื่อที่จะได้ดูบรรยากาศนี้อย่างนั้นรึ ? เป็นไปไม่ได้… เป็นไปไม่ได้แน่!
ตอนนี้นางรู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณโดยรอบเข้มข้นผิดปกติ ทันใดนั้นเสียงอันเยือกเย็นก็ดังก้องเข้ามาในหูของนาง
“ทะเลสาบเยาเยี่ย เมื่อใดที่หยกวิญญาณกัณหาภรณ์ปรากฏ เมื่อนั้นควรแก่การฝึก ฝึกเพียงครึ่ง ผลสำเร็จสองเท่า”
มู่เฉียนซีผงะไปชั่วขณะ