ียนซีหยิบตั๋วทองคำออกมากำมือหนึ่ง ยื่นให้สตรีผู้นั้นโดยที่มิได้นับเลย
“เอานี่ไป เจ้าไปจัดห้องที่ดีที่สุดบนชั้นดาดฟ้าให้ข้า ข้าต้องการอาหารคาวและเหล้าชั้นดี พร้อมกับสตรีรูปงามทั้งสี่ ฉูคง เหมยเจี้ยน เยี่ยอิง และฉานยวี่มาดูแลสหายของข้า”
“แต่ฉูคงและ…”
— ฟุ่บ! —
มู่เฉียนซีไม่รอช้า มิต้องการฟังคำปฏิเสธ ควักตั๋วทองคำยื่นให้นางอีกเท่าตัว ไม่ได้นับเช่นเคย “เจ้าอย่ามัวแต่ลีลายึกยักชักช้า หากคิดว่าเงินน้อยไปข้าเพิ่มให้เจ้าอีกเท่าตัวยังได้ สบายมาก”
ไม่ว่านางจะจ่ายไปเท่าไหร่ สุดท้ายเงินเหล่านี้ก็เข้ากระเป๋านางอยู่ดี ทุกคนเห็นเช่นนี้ก็ประหลาดใจกับความใจกว้างของชายน้อย
แขกเหรื่อคนอื่น ๆ เห็นตั๋วทองคำจำนวนมากต่างก็อึ้งตะลึงตาค้าง ตั๋วทองคำเป็นปึกหนาปานนั้นน่าจะถึงร้อยล้านเหรียญทองคำแล้วกระมัง!
เศรษฐีในจื่อตูมีมากมาย ทว่าผู้ที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยเช่นนี้ นอกจากท่านผู้นำตระกูลมู่ พวกเขาเพิ่งจะเคยพบเจอ บุรุษหนุ่มผู้นี้เป็นคนที่สองที่พวกเขาได้พบเห็น อย่างไรเสีย ทุกคนคิดเห็นตรงกัน คนแรกที่ใชจ่ายฟุ่มเฟือยมากขนาดนี้คงจะหนีไม่พ้นท่านผู้นำตระกูลมู่
มุมปากน่าหลานอวี้กระตุก มู่ซีเรียนรู้ความฟุ่มเฟือยนี้มาจากใครกัน ?
แน่นอนว่าสตรีผู้ที่รับเงินเห็นมู่เฉียนซีใจป้ำจ่ายหนักก็ตกใจไม่น้อยเลย แต่ว่า… เงินจำนวนมากขนาดนี้อยู่ตรงหน้า หากไม่รับไว้คงมิพ้นโดนตราหน้าว่าเป็นคนโง่เง่า
สตรีผู้งดงามทั้งสี่มิใช่ว่าจะรับแขกได้