าจลงมือกระทำเช่นนั้นได้
สมแล้วที่ซวนหยวนหลี่ซางเป็นถึงพระราชโอรสของฮ่องเต้แห่งแคว้นจื่อเยี่ย แม้ว่าจะเกิดโทสะหนักหนาเพียงใด ยังคงควบคุมอารมณ์ตนได้อย่างดี
ซวนหยวนหลี่ซางสูดลมเย็นเข้าปอด กล่าวขึ้น “มู่เฉียนซีเจ้าจะเอาอย่างไรกันแน่ ? หรูเหยียนก็แค่อยากจะกลับจวนมาอยู่ดูแลท่านปู่ของนางอย่างบริสุทธิ์ใจเพียงเท่านั้น นางมิคิดแย่งสิ่งใดไปจากเจ้า”
“เรื่องนั้นข้าไม่รู้ด้วย แต่ว่าช่วยไม่ได้ ข้าเห็นหน้านางแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างยิ่ง” มู่เฉียนซีกล่าว แสร้งตีหน้าซื่อไร้เดียงสา
มู่เฉียนซีปฏิเสธอย่างไร้ความปรานี นางไม่ยอมฟังสิ่งใดลมปากของใครเลย
ท้ายที่สุดซวนหยวนหลี่ซางกำหมัดแน่น
“มู่เฉียนซี เจ้ากล้าพนันกับข้าสักตั้งหรือไม่ ?!”
“พนันรึ ? พนันอย่างไรล่ะ ?”
“จินอู๋ถาง เรามาประลองกันสักตั้ง เจ้าคงเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตัวเจ้าใช่หรือไม่ ?!” ซวนหยวนหลี่ซางกล่าวยั่วยุ
มู่เฉียนซีถาม “พนันการประลองครั้งนี้ หากข้าแพ้ ท่านจะขอให้หรูเหยียนกลับจวนตระกูลมู่ได้ใช่หรือไม่ ?”
“ถูกต้อง คำขอของข้ามีเพียงคำขอเดียวเท่านั้น ตามที่เจ้าว่า”
มู่เฉียนซีกล่าวติดตลก “องค์รัชทายาท ท่านทำไปก็เพื่อสตรีไร้ค่าผู้เดียวแท้ ๆ หากข้าเป็นผู้ชนะ ท่านก็จะไม่ได้ตามคำขอ และหวังว่าท่านคงไม่ปฏิเสธคำขอของผู้นำตระกูลเช่นข้าหรอกนะ”
“ข้าเป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งแคว้นจื่อเยี่ย เจ้าวางใจได้”
ดวงตาดำล้ำลึกมองใบหน้าซวนหยวนหลี่ซาง ก่อนจะเลื่อ