งจากกล่าวคําอําลากับน่าหลานอวี้ เยวี่ยเจ๋อก็รีบไปหามู่เฉียนซีและบอกเรื่องนี้กับนาง
“หืม… น่าหลานอวี้มาหาเจ้ารึ ?” เมื่อได้ยินคําพูดของเยวี่ยเจ๋อ มู่เฉียนซีรู้สึกประหลาดใจเล็ก ๆ
น่าหลานนอวี้เดาไม่ผิด มู่เฉียนซีได้รับยาวิเศษมากมาย นางฝึกปรุงยาจนลืมเขาไปโดยไม่รู้ตัว
“น่าหลานนอวี้ช่วยข้ามาไม่น้อย ไม่ใช่เขาข้าก็คงไม่ได้รู้จักผู้อาวุโสฮั่ว วันหน้าข้าต้องขอบคุณเขาให้ดีแล้ว หึ ๆ” มู่เฉียนซีกล่าวพลางหัวเราะ
“ขอบคุณ พี่ใหญ่ แต่ข้ารู้สึกว่าน่าหลานอวี้มีใจไม่บริสุทธิ์ เขาดูจะร้ายกาจและเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าสุนัขจิ้งจอกเสียอีก อย่าไปสนิทสนมกับเขาจะดีกว่า” เยวี่ยเจ๋อกล่าวอย่างฮึกเหิม
“เรื่องนี้เจ้าวางใจได้ เป็นพี่ใหญ่ของเจ้ามามีแต่คิดร้ายต่อผู้อื่น ไม่มีใครสามารถคิดร้ายกับข้าได้ง่าย ๆ ข้าต้องคิดว่าจะขอบคุณน่าหลานอวี้อย่างไร ตระกูลน่าหลานร่ำรวยกว่าตระกูลมู่เสียอีก ราวกับไม่มีสิ่งใดที่…”
เมื่อเห็นพี่ใหญ่ที่ไม่เคยรู้สึกอะไรคิดอยากขอบคุณจิ้งจอกเจ้าเล่ห์นั่น เยวี่ยเจ๋อยิ่งรู้สึกกังวลในใจ
……
สามวันผ่านไป ตระกูลมู่ยังไม่ได้ส่งคนมารับมู่หรูเหยียน
มู่หรูเหยียนนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองดวงจันทร์ด้านนอก น้ำตาไหลพราก นางกระซิบกับตัวเอง “ท่านปู่ หรูเหยียนคิดถึงท่านมากเหลือเกิน หรูเหยียนอยากกลับบ้าน ฮือ ๆ ๆ”
ซวนหยวนหลี่ซางเปิดประตู ก็เห็นภาพคนงามกำลังร่ำไห้คิดถึงปู่ผู้เป็นที่รัก เขาอดไม่ได้ที่จะทุกข์ใจไปกับนางด้วย