แสร้งทำใบหน้าไร้เดียงสา กล่าวตอบโต้
“โอวหยางฉี ดวงตาข้างไหนของท่านรึที่เห็นว่าข้ารังแกคนในตระกูลโอวหยาง ? คนของตระกูลมู่มิได้ลงมือทำร้ายโอวหยางเฉียงแม้เพียงนิด การที่เราผ่านมาเจอกันตรงนี้ก็เป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น”
โอวหยางฉีสีหน้าเคร่งขรึม ในใจต่อว่าเหยียดหยาม ‘เหอะ! คนของเจ้าไม่ได้ลงมือเอง แต่เจ้าก็เป็นคนเรียกให้คนอื่นมาลงมือ’
‘ดึกสงัดเช่นนี้แค่บังเอิญผ่านมาเจอกันเช่นนั้นรึ ? ใครจะโง่เชื่อ!’
โอวหยางสือหลงบันดาลโทสะ “ผู้นำตระกูลมู่! ในเมื่อบังเอิญเจอกัน เช่นนั้นข้าจะส่งเจ้าลงนรกภูมิไปกับคนของเจ้าเสียตอนนี้เลย เจ้าเคยทำร้ายบุตรชายของข้า คืนนี้ข้าจะคิดบัญชีกับเจ้าให้หนักยิ่งกว่า เจ้ามันทำไว้เจ็บแสบนัก!”
“ในตอนที่โอวหยางซินทดสอบเลื่อนชั้น เขาไร้ความสามารถ เป็นเพียงเศษสวะจึงแพ้พ่ายให้กับข้าอย่างง่ายดาย ส่วนท่าน เหอะ! ผู้เป็นท่านพ่ออย่างท่านอย่าได้คิดว่าจะแข็งแกร่งกว่าบุตรชาย อายุปูนนี้ข้าว่ายิ่งไร้ความสามารถ ไร้ประโยชน์ไม่ต่างอะไรกับเศษสวะ ถ้าไม่เชื่อก็ดูเอาเถิด แก่เฒ่าปูนนี้แล้วยังเป็นได้แค่จอมยุทธ์ระดับสอง ท่านยังมีหน้ามากล่าวอีกรึว่าจะแก้แค้นให้บุตรชายผู้ไม่เอาไหน” มู่เฉียนซีกล่าวหยอกเย้า แต่วาจานางเสมือนมีดกรีดแสกกลางใบหน้าผู้ฟัง
โอวหยางสือหลงโกรธควันออกหู
“มู่เฉียนซี! เจ้ากล้าว่าข้าเป็นเศษสวะเชียวรึ เจ้ามันเด็กไร้สัมมาคารวะ มิรู้จักต่ำสูงชราเยาว์ รนหาที่ตายนัก!”
“เหวย ๆ ๆ ข