้ามู่เฉียนซีผู้นำตระกูลมู่เป็นสตรียังไม่เป็นผู้ใหญ่แต่กลับเป็นถึงผู้บำเพ็ญภูตระดับเจ็ด ส่วนท่านอยู่มาเป็นห้าสิบหกสิบปีแล้วยังเป็นเพียงจอมยุทธ์ระดับสอง หากท่านไม่ใช่เศษสวะอย่างที่ข้ากล่าว แล้วใครล่ะเป็นเศษสวะ” มู่เฉียนซีกล่าวเย้ย
“มิใช่ทุคนจะเป็นเหมือนเจ้าที่ทุก ๆ วันได้กินยาลูกกลอนแทนข้าว ทว่ากำลังของข้านั้นมั่นคง ทำการใดก็มีหลักขั้นตอนที่ถูกต้องและมั่นใจ”
ถึงแม้ว่าเขาจะดำรงตำแหน่งอยู่ในวังหลวง ทว่าตำแหน่งของตระกูลโอวหยางนั้นมิได้สูงส่งอะไรนัก หนึ่งปีถึงจะได้รับรางวัลเป็นยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งก็นับว่าโชคดีมากแล้ว
มู่เฉียนซี “ถึงแม้ว่าตระกูลโอวหยางจะส่งพวกท่านมา แต่อย่าลืม มีองครักษ์เงาของข้าอยู่ ไม่ว่าข้าจะทำการใดพวกท่านก็มิอาจขวางข้าได้ แต่นี่ท่าน หากท่านปรารถนาจะแก้แค้นนัก ข้าก็จะให้โอกาสนั้น… มาสู้กับข้าสักตั้งสิ โอวหยางสือหลง ในเมื่อท่านปรารถนาจะแก้แค้นให้กับเศษสวะอย่างบุตรชาย และเพื่อพิสูจน์ว่าตัวท่านเองมิใช่เศษสวะอย่างที่ข้ากล่าวดูแคลน ก็มาสู้กับข้าสักตั้งประเดี๋ยวนี้เลย”
มู่อีได้ยินเช่นนี้พลันผงะไป “อ่า! ท่านผู้นำตระกูล”
พวกเขารู้ว่าว่าท่านผู้นำตระกูลนั้นแข็งแกร่งมากมายขนาดไหน ทว่าพลังของโอวหยางสือหลงสูงกว่าท่านผู้นำตระกูล!
แม้แต่โอวหยางฉียังรู้สึกเหนือความคาดหมาย ‘มู่เฉียนซีกล้าไปท้าทายเขา ช่างน่าขัน!’
‘มู่เฉียนซี เจ้าคงไม่คิดว่าเอาชนะเหว่ยเหว่ยได้แล้วจะเอาชนะโอวหยางสือหลงได้อ