มาแล้ว มู่เฉียนซีรีบกล่าว “อ๊ะ! คือ… ข้าไม่เห็นอะไรเลย เจ้าค่อย ๆ ใส่เถอะ เดี๋ยวข้าค่อยมาใหม่”
“มีเรื่องอะไรหรือ ?” เสียงที่ดูไม่รีบร้อนเอ่ยถาม จิ่วเยี่ยเดินออกมาแล้ว
ในที่มืดไม่มีเสื้อผ้าใด ๆ ห่อหุ้มร่างสูงยาวของเขาแม้แต่น้อย ความงามที่ดูไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไปราวกับจะสามารถทําให้ฟ้าดินเปลี่ยนสีได้
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกรงใจ “มีเรื่องเกิดขึ้นกับตระกูลมู่เล็กน้อย ข้าต้องกลับไปจัดการ ขอบคุณสําหรับการต้อนรับของเจ้าในหลายวันมานี้”
ดวงตาสีฟ้าเย็นเยือกทว่างดงามคู่นั้นมองมาที่นาง มองอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นแขนข้างหนึ่งพลันโอบเอวนางไว้
เสียงนุ่มกระซิบถามข้างหูมู่เฉียนซี “ข้าอยู่กับเจ้ามาหลายวัน เจ้าจะจากไปง่าย ๆ เช่นนี้หรือ ?”
มู่เฉียนซีถาม “แล้วท่านต้องการอะไร ? ตอนนี้ตระกูลข้าคงไม่มีสิ่งใดที่ท่านพอใจ”
“ช่วยข้าสวมเสื้อ”
จิ่วเยี่ยยื่นชุดผ้าไหมสีดําในมือ ส่งให้มู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีจ้องมองเสื้อคลุมตรงหน้า คิ้วงามขมวดมุ่น “ขะ… ข้ายังไม่เคยสวมเสื้อให้ใครมาก่อนเลย แม้แต่ท่านอาเล็กก็ไม่เคย”
“ครั้งแรก ดีมาก” จิ่วเยี่ยเอ่ยคํา คำพูดเขาช่างพิลึกยากจะเข้าใจ เขาใช้อำนาจเอาเสื้อยัดใส่ในมือมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีรู้ดีถึงนิสัยของจิ่วเยี่ยผู้นี้ ถ้าหากไม่สวมเสื้อให้ เห็นทีวันนี้นางคงจะเดินออกจากประตูใหญ่จวนเยี่ยอ๋องและกลับตระกูลมู่ไม่ได้แน่
มู่เฉียนซีหยิบเสื้อขึ้นมาสวมให้จิ่วเยี่ยอย่างไม่คล่องแคล่ว พยายามจั