รู้ได้เช่นไรว่านางไม่เป็นอะไรแล้ว ?”
“อือ…”
เกิดเสียงคราง โอวหยางเหว่ยฟื้นขึ้นมา เปลือกตายังลืมไม่เต็มตื่น กะพริบตาปริบ ๆ ปรับภาพ นางเห็นร่างที่คุ้นเคยยืนอยู่ใกล้ ๆ จึงกล่าวขึ้น “ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง…”
นางไล่เรียกคนที่อยู่ใกล้ ๆ ทีละคน ทว่าเมื่อมาถึงมู่เฉียนซี…
“อ๊า! มู่เฉียนซี”
โอวหยางเหว่ยฟื้นตื่นเต็มตาท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย นางเห็นร่างของมู่เฉียนซียืนอยู่ข้าง ๆ ก็ตกตะลึงพรึงเพริด มู่เฉียนซีเป็นคนที่ทำให้นางต้องบาดเจ็บปางตายเช่นนี้
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านผู้นำโอวหยาง หากท่านไม่วางใจ ท่านเชิญหมอยาประจำจวนมาตรวจนางดูก็ได้”
โอวหยางจูไม่รอช้า รีบเชิญหมอยาประจำจวนมาตรวจร่างกายบุตรสาวทันที หมอยากล่าวกับโอวหยางจูว่าร่างกายของโอวหยางเหว่ยในตอนนี้แข็งแรงดีมาก ไม่มีปัญหาใด ๆ เลย
ยาของมู่เฉียนซีวิเศษนัก เห็นผลในชั่วพริบตา!
โอวหยางจูหันมองมู่เฉียนซีด้วยสีหน้าซับซ้อน กล่าวกับนาง “ผู้นำตระกูลมู่ วันนี้เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว นี่ก็ดึกมากแล้ว หากไม่ถือสานอนพักที่นี่สักคืนเถิด”
เขาไม่ต้องการให้นางจากไปพร้อมทรัพย์สมบัติล้ำค่าเหล่านั้น ถึงอย่างไรตอนนี้เหว่ยเหว่ยก็หายดีดังเดิม ความหวังอันน้อยนิดผุดในใจ เขาต้องหาทางเอาสมบัติเหล่านั้นกลับคืนมาให้ได้!
มู่เฉียนซี “ดึกแล้ว หากข้ายังกลับไม่ถึงจวน เกรงว่าท่านอาจะมาตามข้าที่จวนโอวหยางเอาได้ ท่านอาเดินเหินไม่สะดวก ข้าไม่อยากทำให้ท่านอาต้องลำบาก เพราะฉะนั้