นข้าต้องกลับจวนเพื่อไม่ให้ท่านอาต้องลำบากมาที่นี่”
ได้ยินคำพูดของมู่เฉียนซี โอวหยางจูรู้สึกประหนึ่งนั่งอยู่บนเรือที่กำลังจะจมดิ่งลงสู่ก้นทะเล
‘นางคิดว่ามีราชายอดยุทธ์ระดับเก้าอย่างมู่อวู่ซวงคอยคุ้มกะลาหัวอยู่ นางจะไม่ต้องเกรงกลัวต่อสิ่งใดเลยเช่นนั้นรึ ?’
‘รู้ไว้ซะเจ้าเด็กโอหังมู่เฉียนซี เหนือฟ้ายังมีฟ้า!’
เยวี่ยเจ๋อกล่าวขึ้น “ท่านผู้นำโอวหยาง เยวี่ยเจ๋อเองก็ต้องขอตัวกลับจวนเช่นกัน ขืนกลับช้าไปกว่านี้ เกรงว่าท่านพ่อจะส่งทหารในจวนสามพันนายมาเยือนจวนตระกูลโอวหยางเป็นแน่แท้”
เส้นเลือดที่ขมับของโอวหยางจูกระตุกอย่างรุนแรง ‘บัดซบ! ข้าลืมเจ้าเยวี่ยเจ๋อนี่ไปได้อย่างไรกัน ?’
‘เยวี่ยเจ๋อเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลเยวี่ยดี ๆ ไม่ชอบ มาเป็นน้องชายของสตรีอย่างมู่เฉียนซี เหอะ! มาอีหรอบนี้คงไม่พ้นเชื่อฟังสตรีโอหังนี่ไปเสียทุกอย่าง’
ทหารของจวนตระกูลเยวี่ยอยู่ภายใต้การควบคุมของแม่ทัพเยวี่ยโดยตรง ฝีมือการรบของทหารเหล่านี้แข็งแกร่งยิ่ง หากหทารบุกเข้ามาในจวนตระกูลโอวหยาง มีหวังตระกูลโอวหยางไม่พ้นสิ้นชื่อกล่าวขาน เหลือเพียงแต่ซากให้ได้พบเห็น
โอวหยางจูกล่าวพร้อมแย้มรอยยิ้ม
“หากเป็นเช่นนั้นทั้งสองก็รีบกลับไปพักผ่อนเถิด”
แม้จะไม่สบายใจ แม้ในใจกำลังกระอักเลือดคำโต ทว่าอย่างไรตนก็มิอาจรั้งทั้งสองเอาไว้ได้ อีกทั้งสมบัติเหล่านั้นก็มิอาจเอาคืนกลับมาได้เช่นกัน กับมู่อวู่ซวงพวกเขาอาจจะยับยั้งได้ ทว่าทหารสามพันนายขอ