หากไม่ชดใช้ค่าเสียหายให้เรียบร้อย เกรงว่าเจ้าจะมิอาจออกไปจากที่นี่ได้”
“ไม่ไปก็ไม่ไป! หากวันนี้ข้าไม่ได้เจอกับมู่เฉียนซี ข้าก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น!”
โอวหยางจื่อรู้ดีว่าตนหุนหันพลันแล่นไปเสียหน่อย หากทำให้มู่เฉียนซีไปจวนตระกูลโอวหยางไม่ได้ มีหวังโอวหยางเหว่ยหมดบุญวาสนาจะลืมตามาดูหน้าครอบครัวในวันพรุ่งนี้แน่
จะโกรธมากแค่ไหน… จะหงุดหงิดเพียงใด… ก็จำต้องทนรอมู่เฉียนซี
เวลาเดียวกันนั้น ในที่สุดมู่เฉียนซีก้าวออกมา
โอวหยางจื่อรีบกล่าวเสียงดัง “ผู้นำตระกูล! พักผ่อนเพียงพอแล้วก็รีบไปจวนตะกูลโอวหยางกับข้าเถอะ น้องสาวข้ากำลังรอความช่วยเหลือจากเจ้าอยู่ ส่วนเรื่องสินน้ำใจของตระกูลโอวหยาง เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง”
มู่เฉียนซีเหลือบมองโต๊ะที่พัง กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“นี่รึสินน้ำใจ ? สินน้ำใจของตระกูลโอวหยางคือการมาทำลายข้าวของในจวนตระกูลมู่อย่างนั้นรึ หืม ?”
โอวหยางจื่อกำหมัดแน่น กล่าวอะไรไม่ออก
“ผู้นำตระกูลมู่ มู่เฉียนซี ขอเพียงแค่เจ้าไปจวนตระกูลโอวหยางกับข้า โต๊ะที่พังนี้ แสนสองหมื่นเหรียญทองคำนั่นตระกูลโอวหยางจะชดใช้ให้ไม่ให้ขาดแม้แต่เฟินเดียว! ตระกูลโอวหยางไม่ขาดเงินอยู่แล้ว”
“หากจะชดใช้ก็ชดใช้ให้เสียตอนนี้เลยสิ! อ้อ ไม่ใช่แสนสองหมื่นนะ แต่เป็นสองแสนสองหมื่นเหรียญทองคำ”
“ฮะ ?! จะเป็นสองแสนไปได้อย่างไรในเมื่อเมื่อครู่นี้พ่อบ้านเป็นคนบอกเองว่าแค่แสนสองเหรียญทองคำ นี่มันจะมากเกินไปแล้ว!”
“โต๊ะนี่ซื้อ