ืนกลับมา ตามมู่เฉียนซีออกไป
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอเยี่ยอ๋องที่ใคร ๆ ก็เล่าลือกันว่าถึงเขาไม่ได้ทำอะไร ผู้คนก็ยังเกิดความหวาดกลัวยำเกรงจากก้นบึ้งของจิตใจ
แต่ว่า… กลิ่นอายของเยี๋ยอ๋องผู้นี้ เหมือนว่าเขาเคยสัมผัสจากที่ไหนมาก่อน ?
ถึงเยวี่ยเจ๋อคิดจนสมองระเบิด ก็คิดไม่ถึงว่าอสูรผู้นี้ ที่ทำให้คนได้ยินชื่อหน้าถอดสี เยี่ยอ๋อง จะกลับบ้านด้วยกันกับมู่เฉียนซีพี่ใหญ่ของเขา
มู่เฉียนซีได้แต่คิดอยู่ในใจ ‘เจ้าก้อนน้ำแข็งจิ่วเยี่ยนี่คงไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยงเย็น แต่น่าจะมาสร้างความวุ่นวายให้งานมากกว่า’
ยามเห็นเขาออกมา ทุกคนต่างตกใจ งานเลี้ยงนี้คงไม่มีทางดำเนินงานสนุกสนานไปได้
แต่วันนี้ที่นางมา ไม่ได้ต้องการจะมาเพื่อสนุกสนานกับงานเลี้ยง ดั้งนั้นเขาจะสร้างความวุ่นวายก็สร้างไป
การร้องเรียนของมู่หรูอวิ๋นหยุดชะงักเพราะการปรากฏตัวของจิ่วเยี่ยขัดจังหวะนาง สมองของนางรู้สึกว่างเปล่าไปหมด
ผ่านไปได้สักพัก นางก็มีสติขึ้นมา เตรียมจะพูดร้องเรียนมู่เฉียนซีต่อ
ทว่าซวนหยวนจือกล่าวขึ้น “เทียนเอ๋อร์ ฤกษ์ใกล้จะถึงแล้ว เจ้ารีบไปนั่งที่เถอะ”
มู่หรูอวิ๋นผิดหวังอย่างมาก หรือว่าต้องให้เรื่องผ่านไปแบบนี้ ? นางทำอะไรมิได้แล้วอย่างนั้นหรือ ?
“ท่านอ๋อง…” นางพูดด้วยน้ำเสียงอันเบา
ซวนหยวนหลี่เทียนจับข้อมือของมู่หรูอวิ๋นเอาไว้แน่น แน่นเสียจนแทบจะทำให้ข้อมือของนางหักไปอีกหน เขานำแขนมู่หรูอวิ๋นมาบีบแทนแขนของมู่เฉียนซี
ใจขอ