งเขาเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธและอาฆาตแค้น เขาจะไม่ยอมปล่อยไปเช่นนี้แน่
แต่เพราะเจ้าตัวซวยนั้น วันนี้อยู่ดี ๆ ก็มาร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำจื่อหยวนด้วย เสด็จพ่อไม่อยากให้บานปลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต เขาคงทำได้เพียงแต่อดทน
ไม่อย่างนั้น เสด็จพ่อจะไม่พอพระทัย แล้วจะยิ่งไปกันใหญ่
มู่หรูอวิ๋นน้ำตาเอ่อล้น เจ็บจนจะเป็นลมอยู่แล้ว ก่อนจะถูกดึงตัวไป
นางเองก็โกรธมาก ควรที่จะเป็นมู่เฉียนซีสิที่เคราะห์ร้าย! แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ท่านเยี่ยอ๋องดันปรากฏตัวขึ้นมาเสียได้
ไม่ทราบเช่นกันว่าเป็นเพียงเหตุบังเอิญ จงใจ หรือเหตุอื่นใด ?
ด้วยการปรากฏตัวของอสุราในงาน บรรยากาศทั้งตำหนักจื่อจีจึงดูแปลกประหลาดไป
ถึงแม้ซวนหยวนจิ่วเยี่ยจะไม่ได้เอ่ยคำใดเลยแม้เพียงประโยคเดียว แต่กลิ่นอายที่ปล่อยออกมาของเขานั้น ไม่มีใครกล้าเพิกเฉย
ฤกษ์มาถึงแล้ว ฮ่องเต้แห่งแคว้นจื่อเยี่ย ซวนหยวนจือก็กล่าวขึ้น
“ข้าขอประกาศว่า ปีนี้งานเลี้ยงสังสรรค์จื่อหยวน ได้เริ่มขึ้นแล้ว”
สิ้นเสียงประกาศ การแสดงบรรเลงบทเพลง อีกทั้งอาหารรสเลิศหลากหลายอย่าง ถูกยกส่งเข้ามา
ในเซี่ยโจวทั้งหมด แคว้นจื่อเยี่ยถือว่าเป็นแคว้นที่ต่ำที่สุด
อย่างไรก็ตาม ถึงอูฐจะผอมแต่ก็ตัวใหญ่กว่าม้า แม้จะเป็นเพียงแคว้นเล็ก ๆ ความมั่งคั่งก็ไม่อาจดูแคลนได้
“เยวี่ยเจ๋อ ของหวานนี้รสชาติไม่เลว พ่อครัวทำของหวานของวังหลวงช่างมีความอดทน” มู่เฉียนซีนำขนมกุ้ยฮวาส่งให้เยวี่ยเจ๋อ
“อืม อันนี