กับองครักษ์รักษาวังตีกันแล้ว”
“ช่างกล้าแกร่งนัก ลงมือกันหน้าประตูวัง ท่านผู้นำตระกูลมู่ช่างเป็นแบบอย่างของข้ายิ่งนัก”
“ตั้งแต่ก่อตั้งแคว้นจื่อเยี่ยมาหลายร้อยปี นี่เป็นครั้งแรกที่อยู่หน้าประตูวัง แล้วมีคนกล้าลงมือกับองครักษ์รักษาวัง”
ตอนนี้เอง มีรถม้าวิ่งเข้ามาคันหนึ่ง เสียงทุ้มต่ำลอยออกมา “เกิดเรื่องอะไรกันขึ้น ?”
“เป็นหลี่อ๋องเสด็จมา” ใครบางคนเอ่ย
สิ้นเสียงใครคนนั้น ผู้คนต่างหลีกทางให้กับหลี่อ๋อง เรื่องราวต่อไปนั้นก็คงไม่ต้องให้พวกเขาพูด หลี่อ๋องคงจะทราบว่าเกิดอะไรขึ้น
“ตระกูลมู่” ซวนหยวนหลี่เทียนกัดฟันพูดออกมา
ต่อมา เสียงมีน้ำโหกล่าวขึ้น “มู่เฉียนซี! ที่นี่เป็นพระราชวัง ไม่ใช่บ้านตระกูลมู่ของพวกเจ้า ไม่ใช่สถานที่ที่พวกเจ้าจะมาทำตามอำเภอใจได้”
เสียงอันโอหังดังเล็ดลอดมาจากรถม้าอันหรูหรา “หลี่อ๋อง ข้า ผู้นำตระกูลมู่รู้ดีว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านตระกูลมู่ ไม่เห็นหรือว่าองครักษ์ของข้าดูอ่อนโยนมากแค่ไหน ? ไม่อย่างนั้นพวกเขา องครักษ์รักษาการณ์คงเลือดสาดไปนานแล้ว”
พวกองครักษ์รักษาการณ์ในวังที่ถูกตีจนเกือบตายได้ฟังก็แทบกระอักเลือดออกมา นี่น่ะรึเรียกว่าอ่อนโยน อ่อนโยนกับผีนะสิ!
ทุกคนต่างตะลึงตาค้าง ยามได้ยินข่าวว่ามู่เฉียนซีกับหลี่อ๋องยกเลิกการหมั้นหมายกัน พวกเขาคิดว่ามู่เฉียนซีต้องการเปลี่ยนแผนเพื่อดึงดูดความสนใจจากหลี่อ๋อง เพราะความคะนึงหาอย่างบ้าคลั่งของนาง ไม่ใช่พูดว่าปล่อยวางได้ก็ปล่อยวาง