มู่แค่สามปีก็มีเงินมากกว่าพวกเขาที่อยู่มากว่าสิบปี มันช่างทำให้ผู้คนอิจฉาเสียจริง ๆ
“ฮือ ๆ ๆ ได้โปรดเถิดท่านผู้นำตระกูล ให้ยาถอนพิษกับข้าเถิด”
มู่เฉียนซีเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “อยากได้ยาถอนพิษรึ ? ได้สิ เจ้าแค่บอกพวกผู้เฒ่าทั้งหลายว่าเจ้าเป็นนักปรุงยาไร้ประสิทธิภาพ”
“ใช่แล้ว! ข้าคือนักปรุงยาไร้ความสามารถ ข้าผู้นี้มันปรุงยายอดแย่ที่สุดในสำนักตานจี้ ถึงได้ออกมาเข้าตระกูลมู่ไง”
“เจ้ายินยอมที่จะออกไปจากตระกูลมู่เองใช่หรือไม่ ?”
“ข้าไร้ความสามารถถึงเพียงนี้ ใช่… ข้าไม่เหมาะที่จะเป็นนักปรุงยาของตระกูลมู่อันสูงส่ง ข้าไม่มีหน้าอยู่ต่อไปหรอก”
มู่เฉียนซีโบกมือ “ท่านผู้เฒ่า ท่านมีสิ่งใดจะกล่าวต่อหรือไม่ การจากไปของหมอหวังผู้นี้ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับข้าผู้เป็นผู้นำตระกูล”
ผู้เฒ่ารองร้อนใจ “ท่านผู้นำตระกูล ท่านใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง บังคับหมอหวังให้พูดออกมา ท่านทำให้พวกข้าผิดหวังยิ่งนัก”
มู่เฉียนซีสายตาเย็นวาบ “ข้าเป็นผู้นำตระกูล ทำสิ่งใดดูที่ผลลัพธ์ ขั้นตอนไม่สำคัญ เขาพูดออกมาเองแล้ว ถ้าพวกเจ้ายังจะยุ่งเรื่องนี้อีก ข้ารับรองว่าพวกเจ้าจะมีสภาพที่แย่กว่าเขา”
การคุกคามที่เปิดเผยอย่างไร้ยางอายทำให้ผู้เฒ่าทั้งหลายแอบก่นด่าในใจ พวกเขาพากันหันมองผู้เฒ่าใหญ่
อุบายของมู่เฉียนซีในครั้งนี้ แม้แต่ท่านผู้เฒ่าใหญ่ก็หมดหนทางทำสิ่งใดต่อ เพียงแต่ส่ายศีรษะไปมาอย่างช่วยไม่ได้
“ท่านผู้นำตระกูลได้โปรด… มอบยา