ั่วไปบางส่วนนี้มาทำเป็นยาบำรุงร่างกายให้ท่านอาได้
เมื่อมาถึงห้องยา ผู้นำตระกูลมู่เฉียนซีก็ถูกคนผู้หนึ่งขวางไว้ที่หน้าประตู ชายผู้นี้อายุประมาณสี่สิบปี สวมใส่ชุดคลุมยาวของผู้ปรุงยา
“เจ้าไม่รู้รึอย่างไรว่าที่นี่เป็นสถานที่ปรุงยาของข้า นอกจากข้าแล้วคนอื่นไม่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้ามาห้องยานี้”
“ห้องยาเป็นของตระกูลมู่ของข้า ไม่ยักรู้ว่าได้เปลี่ยนเป็นของเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” มู่เฉียนซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เด็กรับใช้ที่นำทางมู่เฉียนซีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเบา
“ท่านหมออวิ๋น สตรีท่านนี้คือท่านผู้นำตระกูลมู่ของพวกเรา”
เมื่อรู้ว่ามู่เฉียนซีเป็นผู้นำตระกูลมู่ อวิ๋นเซิ่งก็ไม่สนใจ
“เจ้าคือผู้นำที่ไร้ความสามารถนั่นรึ ห้องยาของข้าไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าจะเข้ามาได้ เจ้าออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ข้าผู้ปรุงยาจะไม่ถือสาเอาความเจ้า”
ผู้ปรุงยาค่อนข้างมีนิสัยหยิ่งยโส ถึงแม้อวิ๋นเซิ่งจะเป็นผู้ปรุงยาขั้นพื้นฐานที่ปรุงยาออกมาได้แค่ขั้นหนึ่ง หรืออย่างมากปรุงยาสูงสุดก็ได้เพียงแค่ขั้นสองเท่านั้นก็ตาม
เขาคือนักปรุงยาเพียงคนเดียวของตระกูลมู่ เขาที่ถูกผู้คนให้ความเคารพเทิดทูนคิดว่าตัวเองวิเศษกว่าผู้อื่น ประมุขตระกูลล้วนไม่เคยอยู่ในสายตาของเขา
แววตาของมู่เฉียนซีทอแววเยือกเย็นขึ้นมาวูบหนึ่ง
“ดี… ดีมาก ถึงขนาดไม่เห็นผู้นำอยู่ในสายตา! องครักษ์เงา เจ้าจงลากเจ้านี่ออกไปโบยด้วยแส้ร้อยครั้ง”
เป็นถึงประมุขตระกูลมู่ รอบกายขอ