“มู่เฉียนซี เจ้ามันไม่ได้ตายดี!”
อวิ๋นเซิ่งไม่ยอมแพ้ ด่าว่ามู่เฉียนซีไม่หยุด ด่าด้วยน้ำเสียงอันดังเพื่อทำให้ท่านผู้เฒ่าใหญ่ได้ยิน จะได้ออกมาช่วยเขา
ผู้เฒ่าใหญ่ ผู้เฒ่ารอง ผู้เฒ่าสามต่างออกมา แต่ถูกองครักษ์เงาขัดขวางไว้ที่หน้าประตู
“ท่านผู้นำกำชับไว้ ห้ามผู้ใดเข้ามา!”
“จะทำอย่างไรดีล่ะทีนี้ ถ้าท่านผู้นำตีหมอหวังจนตาย สกุลมู่ของพวกเรารับอารมณ์โกรธของสำนักตานจี้ไม่ไหวแน่”
พวกเขาอยู่ด้านนอกด้วยอารมณ์วิตกกังวลสักพัก ผู้เฒ่าใหญ่ก็กล่าวขึ้น “พวกเรากลับไปกันก่อนเถอะ”
“ทำไมล่ะ ?” ผู้เฒ่ารองและผู้เฒ่าสามได้กล่าวถามออกมาพร้อมกัน
“ประชุมใหญ่ประจำเดือนของตระกูลมู่ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ถ้าหากว่ามู่เฉียนซีทำให้สกุลมู่ของเราต้องสูญเสียนักปรุงยาไป พวกเราสามารถใช้เรื่องนี้กดดันนาง สั่งสอนนางได้!”
“พี่ใหญ่พูดได้ดี”
ประชุมใหญ่ของตระกูลในครั้งนี้ พวกเราจะต้องนำความไม่พอใจที่ได้รับหลายวันก่อนคืนให้นาง พร้อมทั้งแก้แค้นให้กับอวิ๋นเอ๋อร์
เมื่อไม่มีผู้ใดเข้ามาช่วย อวิ๋นเซิ่งเริ่มสิ้นหวังแล้ว เขาร่ำไห้ออกมาด้วยเสียงอันดัง
“ท่านผู้นำมู่ ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย! ข้าไร้มารยาทกับท่าน เป็นความผิดของข้า”
“ท่านผู้นำมู่ ท่านปล่อยข้าไปเถอะ ต่อไปข้าจะตั้งอกตั้งใจปรุงยาให้กับตระกูลมู่”
“…”
“หึ! ตอนนี้มาร้องขอข้า ก็ไม่มีประโยชน์อันใด” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็น
“โบยด้วยแส้สามร้อยครั้งแล้วนำไปทิ้งด้านนอกจวน”
มู