บทแล้วซวนหยวนหลี่เทียนควรซาบซึ้งดีใจยิ่งนักที่คนรักยอมเสียสละชื่อเสียงเพื่อตน…
…แต่ทว่าเมื่อหวนคิดถึงคำปฏิเสธ และอาการดิ้นรนไม่ยินยอมของนางข้างกายเมื่อครู่นี้ก็กลับกลายเป็นบทละครเศร้าโศก เจ็บแค้นไปทั้งหัวใจขึ้นมาทันควัน… ซวนหยวนหลี่เทียนโกรธเคืองนัก แทบไม่อยากได้ยินชื่อนางอีก
เขาหลับตาลงไม่อยากจะเห็นใบหน้าหญิงจอมปลอมข้างกายผู้นี้อีกต่อไป
มู่หรูอวิ๋นพยายามขยับกายอันปวดร้าวไปใกล้ร่างหลี่อ๋อง พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยมารยาร้อยเล่มเกวียน “ท่านพี่หลี่เทียน ข้ามาอยู่ในนี้เป็นเพื่อนท่านแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็จะคอยอยู่เคียงข้างท่านตลอดไป” ซวนหยวนหลี่เทียนไม่คิดจะสบตา หญิงร้อยเล่ห์จึงพูดต่อ
“ที่ข้าต่อต้านมู่เฉียนซีเมื่อครู่นี้ ก็เพียงแค่อยากจะหาทางหนีทีไล่ออกไปจากที่นี่ เพื่อเรียกคนมาช่วยท่าน แต่ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วจะทำไม่สำเร็จ เช่นนั้นแล้วสิ่งที่ข้าทำได้ก็คือมาอยู่เป็นเพื่อนท่านในโลงศพนี้อย่างไรเล่า”
น้ำเสียงทรงเสน่ห์แฝงความเย้ายวนของหญิงสาวทำให้ซวนหยวนหลี่เทียนเคลิบเคลิ้มอ่อนระทวยไปทั้งหัวใจ ไม่อาจเคืองโกรธมู่หรูอวิ๋นได้อีกต่อไป เขาเอ่ยเรียกหญิงยอดรักด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เผยให้เห็นความซาบซึ้งต่อมู่หรูอวิ๋นเป็นที่สุด
“อวิ๋นเอ๋อร์ของข้า…”
.
.
ฝ่ายมู่อวู่ซวงเมื่อเขียนข้อความจนเสร็จสิ้นก็เอ่ยสั่งการ
“นำหนังสือถอนหมั้นไปติดไว้บนโลงศพนั่น และส่งหลี่อ๋องกลับตำหนักเสีย”
มู่เฉียนซีไม่ลืมที่จะแ