สดงความหวังดีอย่างมีความนัยในสายตา เอ่ยกำชับทหารคุ้มกัน “เดินช้า ๆ … อย่าให้หลี่อ๋องต้องชนกระแทกอะไรเข้าล่ะ”
“ขอรับ”
ชายแปดคนช่วยกันหามโลงศพ อีกสี่คนหามฝาโลงออกจากคฤหาสน์สกุลมู่ไปอย่างเอิกเกริก
พ่อบ้านไป๋ผู้มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่อีกฝั่ง ยิ้มพลางเอ่ยขึ้น “ต้องขอบคุณท่านผู้นำตระกูลมู่มากที่ให้ข้าได้ชมละครอันแสนสนุกเช่นนี้ เมื่อจบเรื่องแล้วข้าต้องขอตัวลาก่อน นายท่านของข้ายังรอข้ากลับไปรับใช้อยู่”
“พ่อบ้านไป๋… ขอให้เดินทางปลอดภัย” มู่เฉียนซีกล่าวร่ำลา
‘หากวันนี้ไม่มีพ่อบ้านไป๋เป็นพยานให้นางแล้วละก็ คำเท็จของเหล่าคนทรยศคงจะทำให้นางไม่อาจจัดการกับซวนหยวนหลี่เทียนและมู่หรูอวิ๋นได้อย่างง่ายดายเช่นนั้นแน่’
“ส่วนพวกเจ้า…”
มู่เฉียนซีชายตามองไปยังเหล่าคนทรยศที่ยังยืนนิ่งอยู่ในลานกว้าง
“ท่านผู้นำตระกูล…”
ผู้คนในบ้านสกุลมู่หวาดกลัวไม่น้อยกับวิธีการที่ท่านผู้นำตระกูลใช้จัดการกับหลี่อ๋อง ช่างอำมหิตนัก อีกทั้งยังมีนายท่านสามอยู่สมทบด้วย จิตใจของพวกเขาก็หวาดหวั่นยากที่จะสงบลง
“หลายปีมานี้ผู้เฒ่าทั้งสามคอยทุ่มเททั้งกายใจเพื่อสกุลมู่ของข้าเสมอมา ดังนั้นเรื่องวันนี้พวกเจ้าทั้งสามจะได้รับการเว้นโทษ ส่วนบ่าวรับใช้ทรยศคนอื่น ๆ ก็ขายทิ้งให้หมดเสีย”
“ขอรับ”
ผู้เฒ่าทั้งสามตอบรับด้วยความดีใจที่รอดคราวเคราะห์นี้ไปได้ พลันถอนใจออกมาอย่างโล่งอก… ‘ส่วนบ่าวรับใช้พวกนี้จะขายก็ขายไปเสีย’
ผู้เฒ่าทั้งสามไม่คิดแม