้นายท่านสามก็รู้เห็นทุกอย่างมาโดยตลอด
มู่เฉียนซีเผยรอยยิ้มยะเยือกแฝงแววตาสะใจอยู่ไม่น้อย ‘แม้ว่า เจ้าของร่างเดิม จะเป็นคนไร้ประโยชน์ แต่อย่างไรเสียก็เป็นถึงผู้นำตระกูลมู่ ทว่าชื่อเสียงกลับฉาวโฉ่เสียหายจนผู้คนรู้กันหมดทั่วบ้านทั่วเมือง ทั้งหมดนี้ก็เพราะมีคนคอยพูดใส่ไฟ จงใจปล่อยข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงออกไป’
จนรู้กันไปทั่วทั้งแว่นแคว้น ทำให้ผู้นำตระกูลมู่อย่างนางต้องเสื่อมเสีย ชื่อเสียงของนางตกเป็นเรื่องตลกขบขันในหัวข้อพูดคุยหลังมื้ออาหารทุกวันของเหล่าราษฎรในเมืองจื่อตู
ทันใดนั้นเอง มู่เฉียนซีก็หัวเราะขึ้นมาฉับพลัน พลางเอ่ยขึ้น
“มู่หรูอวิ๋น เจ้าได้เดิมพันแพ้แล้ว ถ้าเช่นนั้นก็ต้องทำตามข้อตกลงเช่นกันน่ะสิ”
มู่หรูอวิ๋นได้ฟังดังนั้น ก็พลันรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก นางรีบถอยออกห่างให้ไกลจากมู่เฉียนซีในทันที
เรื่องที่มู่เฉียนซีกระทำในวันนี้ช่างอำมหิตเกินไปแล้ว ต่อจากนี้นางไม่อาจคาดเดาได้เลยว่ามู่เฉียนซีจะจัดการกับนางอย่างไร
มู่หรูอวิ๋นเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นไหว
“เจ้าต้องการอย่างไร ?”
มู่เฉียนซีกระตุกยิ้มมุมปาก
“เจ้ารักท่านพี่หลี่เทียนของเจ้ามากมิใช่หรือ เขาเข้าไปนอนอยู่ในโลงศพมรกตเพียงผู้เดียวเช่นนี้ เจ้าก็คงจะเดียวดายแย่น่ะสิ หนทางจากคฤหาสน์สกุลมู่ไปยังตำหนักหลี่อ๋องนั้นรึก็ไม่ใช่ใกล้ ๆ ข้าว่า ‘เจ้าเข้าไปอยู่ข้างในเป็นเพื่อนเขาเถิด’”
“ฮะ!… เจ้าว่าอย่างไรนะ ?! ข้าไม่มีวันเข้าไปในโลงศ