นจริง ๆ เกรงว่าฮ่องเต้แห่งแคว้นจื่อเยี่ยก็ไม่อาจจะทำอะไรราชายอดยุทธ์ระดับเก้าผู้นี้ได้
สมญาผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจื่อเยี่ยของมู่อวู่ซวงนี้ ไม่ได้มีไว้เรียกขานให้สนุกสนานเล่นเท่านั้น
สีหน้าของซวนหยวนหลี่เทียนเปลี่ยนเป็นเครียดคล้ำ ในตอนนั้นเองมู่เฉียนซีก็เอ่ยขึ้น
“ท่านอา ท่านอย่าได้โมโหเลย ท่านก็ออกมาช่วยข้าได้ทันเวลาแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ ตอนนี้ข้าสบายดี”
“แต่… หลี่อ๋อง หากวันนี้ท่านยังอยากจะมีลมหายใจในตอนออกจากประตูสกุลมู่ล่ะก็ ได้โปรดทำตามข้อตกลงด้วย”
มู่เฉียนซีแสยะยิ้มแล้วเอ่ยเสียงเย็นชา
“ไม่มีทาง”
ซวนหยวนหลี่เทียนแค่นเสียงลอดไรฟัน หากวันนี้เขาต้องถูกยัดเข้าโลงศพและหามออกจากคฤหาสน์สกุลมู่ไปจริง ๆ แล้วละก็ ต่อไปเขาคงจะไม่มีหน้ายืนยืดอกอยู่ในเมืองจื่อตูแห่งนี้อีกแล้ว
“เหอะ! ในเมื่อท่านรนหาที่ตาย ข้าก็จะสงเคราะห์ให้”
มู่อวู่ซวงตอบกลับเสียงเหี้ยม ในวาจานั้นมีกลิ่นอายสังหารอันเยือกเย็นแฝงอยู่ไม่ซ่อนเร้น
องครักษ์เงาที่ยืนอยู่ข้างกายของหลี่อ๋องเห็นเค้าลางเลวร้ายจึงเอ่ยขึ้น
“ท่านอ๋อง พวกเราจะขวางนายท่านสามไว้เอง ท่านรีบหนีไปเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
“พวกกระจอก ฝีมือเท่านั้น คิดว่าจะปกป้องท่านอ๋องของพวกเจ้าได้อย่างนั้นหรือ ?”
มู่อวู่ซวงเอ่ยอย่างเหยียดหยาม
“ลงมือ”
ทันทีที่มู่อวู่ซวงสะบัดมือ ร่างในชุดดำก็ลอยตัวลงมาอย่างปราดเปรียว เพียงพริบตาเดียวก็เข้าควบคุมองครักษ์เงาของหลี่อ๋องไว้ได้
หลีอ๋องแ