“นายหาว่าใครเป็นคนชั่วกันฮะ?” หลี่เสวียนบ่นอย่างหดหู่
จางชุนชิวและเซี่ยหลิ่วฉวนหันมาสบตากัน ทระหนักถึงความตกใจในแววตาของอีกฝ่าย
ในสถานที่เช่นศาลเจ้าอู่จวงกวน ไม่มีคำว่าคนดีหรือคนชั่วหรอก การที่โจวเวินไม่ต้องรับการลงทัณฑ์ ย่อมหมายความว่าเขามีความสามารถพิเศษบางอย่างที่ทำให้กฎเกณฑ์ของศาลเจ้าอู่จวงกวนไร้ผล ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย
“สมกับเป็นองค์จักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์จริง ๆ” จางชุนชิวทอดถอนใจ
ทั้งสี่คนเดินทะลุผ่านโถงหลักมายังสวนหลังบ้าน ภายใต้การนำทางของจางชุนชิว พวกเขาได้มาถึงเรือนแยกอีกหลังหนึ่ง
ที่ลานบ้านแห่งนั้นมีต้นไม้ขนาดยักษ์เติบโตอยู่จริง ๆ เรือนยอดของมันแผ่กว้างราวกับผืนแผ่นฟ้า ใบไม้หนาทึบราวกับเหล็กกล้าทมิฬ บนกิ่งก้านมีผลไม้สีขาวนวลรูปร่างคล้ายทารกนั่งขัดสมาธิห้อยระย้าอยู่… มันคือต้นโสมคนนั่นเอง!
“ต้นผลไม้แห่งชีวิตนี้ช่างเหมือนกับตำนานในไซอิ๋วไม่มีผิดเพี้ยน ของมีคมหรือเหล็กกล้าไม่อาจสร้างระคายผิวให้มันได้ การจะสอยผลโสมคนลงมาจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ จะใช้แรงดึงลงมาดื้อ ๆ ไม่ได้เด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้น ผลไม้ชนิดนี้หากสัมผัสโดนผืนดินเมื่อใดก็จะมุดหนีหายไปทันที ดังนั้นจึงต้องใช้ถาดหยกคอยรองรับไว้ ห้ามปล่อยให้มันตกพื้นเด็ดขาด พวกเราต้องไปตามหา ‘ไม้เคาะทองคำ’ (Golden Striker) ที่ใช้สอยผลไม้ก่อน ซึ่งคงต้องออกแรงตามหากันยกใหญ่เลยล่ะ” จางชุนชิวอธิบาย