น
“ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว” จางชุนชิวเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ในเมื่อพวกเรามีวาสนาได้พบกัน เหตุใดไม่มาร่วมทีมกันเสียเลยล่ะ?”
“วาสนากะผีดิ! พวกนายแค่มาดักรอพวกเราอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือไง?” หลี่เสวียนคล้ายจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยต่อ “บัดซบ ข่าวลือเรื่องนี้คงไม่ใช่ฝีมือพวกนายที่จงใจปล่อยมาให้ฉันรู้หรอกนะ? ฉันจำได้ว่าหมอนั่นกับตระกูลจางของพวกนายมักจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ไม่ชัดเจนกันอยู่เสมอ”
“ข้าเพียงต้องการแบ่งปันผลไม้แห่งความอมตะนี้ร่วมกับพวกเจ้าทั้งสองคน ยามนี้หากจะมีใครที่สามารถพังทลายศาลเจ้าอู่จวงกวนแห่งนี้ลงได้ เกรงว่าคงมีเพียงองค์จักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราเท่านั้น” จางชุนชิวไม่ได้มีเจตนาจะปิดบังซ่อนเร้น เขาเอ่ยยอมรับออกมาอย่างตรงไปตรงมา
“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะดึงพวกนายมาร่วมทีมทำไม? เหตุใดต้องแบ่งปันผลไม้ให้พวกนายด้วย?” หลี่เสวียนเอ่ยแย้ง
“มีสิ่งดี ๆ ก็ต้องแบ่งปันกับสหายรักสิ” เซี่ยหลิ่วฉวนเอ่ยสมทบ “ยิ่งไปกว่านั้น หากไร้พวกเราคอยนำทาง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่พวกเจ้าจะหาต้นโสมคนพบในศาลเจ้าอู่จวงกวนแห่งนี้ ของสิ่งนั้นไม่ได้เติบโตอยู่ในสวนผลไม้ธรรมดา ๆ หรอกนะ”
“ฟังจากที่นายพูดมา ต้นโสมคนนั่นคงไม่ได้เติบโตอยู่บนสรวงสวรรค์หรอกใชไหม?” หลี่เสวียนเอ่ยกระเซ้าเย้าแหย่อย่างไม่ใส่ใจนัก
“ย่อมไม่ได้เติบโตบนท้องฟ้าแน่นอน ทว่ามันเติบโตอยู่ใต้ผืนพิภพต่างหาก” จางชิวชิวเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มเ