ุกขึ้นยืนอย่างมีความสุขและถามพลางจับมืออันเทียนจั่ว
“ลุงหลอกเจ้าตอนไหน มาดื่มโจ๊กก่อนเถอะ…” อันเทียนจั่วหยิบโจ๊กขึ้นมาป้อนหย่าเอ๋อร์
หลังจากที่หย่าเอ๋อร์กินโจ๊กเสร็จแล้ว อันเทียนจั่วก็ชวนหย่าเอ๋อร์ไปเล่นในสวน ส่วนเขากับอันเซิงก็ไปที่ห้องอ่านหนังสือ
อันเทียนจั่วถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “เขาพูดว่าอะไรนะ?”
อันเซิงกล่าวว่า “คนที่ออกมาจากวัดแทร็กถูกพาไปพบอาจารย์เหวิน”
“ใครสั่งให้เขานำไปที่นั่น? ไม่ได้สั่งให้เขานำมาที่นี่เหรอ?” อันเทียนจั่วขมวดคิ้ว
“เขาบอกว่าที่นั่นเหมาะสมกว่า” อันเซิงหยุดพูดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ฉันคิดว่าไปหาอาจารย์เหวินดีกว่า คนของอาจารย์เหวินไม่เคร่งครัดนัก บางทีพวกเขาอาจทำอะไรที่เราทำไม่ได้ก็ได้”
“หมายความว่าฉันหัวแข็งเหรอ?” อันเทียนจั่วจ้องมองอันเซิงอย่างไม่พอใจ
“ไม่ ไม่ ท่านเข้าใจผิดแล้ว ท่านอาจารย์เหวิน ข้าหมายถึงนิสัยใจคอของท่านอาจารย์เหวินค่อนข้างดุดัน อาจจะเข้ากับรสนิยมของคนที่อยู่ในวัดก็ได้” อันเซิงรีบอธิบาย
“กลุ่มคนที่ไม่ได้ทำธุรกิจ” อันเทียนจั่วพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา แล้วพูดต่อหลังจากนั้นครู่หนึ่งว่า “พวกเจ้าไปจัดการเอง ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดทางฝั่งของตระกูลเสี่ยว ก็จะมีวิธีแก้ไข”
“ท่านจอมทัพ อย่ากังวลไปเลย เขาไม่ได้พูดอะไรหรอก ถึงแม้คนที่เฝ้าวิหารจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็ไม่ใช่ปีศาจร้ายในอดีตเสียทีเดียว นิสัยของเขายังไม่เติบโตเต็มที่ และถูกกดขี่อยู่บนโลก ดังนั้