เกือบจะล้มลงกับพื้ น
จีโม่ฉิงไม่ได้กินหรือดื่มเกินสิบวัน หลังจากเวลาผ่านไปนาน เธอก็มาถึงขีดจำกัด
“คุณเอาอาหารหรือน้ำมาด้วยรึเปล่า” จีโม่ฉิงถามโจวเหวิน
โจวเหวินหยิบห่อบิสกิตและน้ำหนึ่งขวดจากลูกปัดแห่งความวินาศแล้วยื่นให้กับเธอ โชคด ดีที่เวลาในมิติแห่งความวินาศนั้นแตกต่างจากโลกภายนอก
จีโม่ฉิงเปิดขวดและเทน้ำเข้าปากของเธอ จากนั้นเธอก็ยัดบิสกิตเข้าปาก ขณะที่เธอยั ดมันเข้าปาก เธอก็เดินไปที่ชายหาด เธอพูดไปพร้อมกัน “ไป… ไปเร็ว… อย่าปล่อยให้พวกม มัน… ตามทัน…”
“ตอนนี้มันสายไปแล้ว” โจวเหวินกล่าวขณะที่มองไปในระยะไกล
จีโม่ฉิงเงยหน้าขึ้นและเห็นปลาวาฬตัวใหญ่ว่ายมาจากทะเล
หวูจงไหล่และทีมกำลังยืนอยู่บนหลังปลาวาฬ แต่คนที่ยืนด้านหน้าไม่ใช่หวูจงไหล่แต่เป ป็นหญิงสาวในชุดสีขาว
“มันจบแล้ว มันจบแล้ว เปิ่นเฉินอิงมาเร็วมากจริงๆ ฉันไม่สามารถหนีทัน กลับไปบอกพี่เ เขยของฉันว่าไม่ต้องห่วงฉัน ฉันมีวิธีที่จะหลบหนีและอย่าให้เขาไปที่วิหารสวรรค์ล่องลอย ย” จีโม่ฉิงผลักโจวเหวิน บอกให้เขาออกไปด้วยความรวดเร็ว
บนหลังปลาวาฬ พวกเขาเห็นโจวเหวิน หวูจงไหล่ชี้มาที่เขาและพูด “ศิษย์พี่เปิ่น เป็น ไอเวรนั่นที่ปลอมตัวเป็นราชันมนุษย์และพาจีโม่ฉิงออกไป แม้จะถอดหน้ากากก็ไม่มีประ โยชน์ เขาไม่ได้เปลี่ยนเสื้อ