ุ่มหนึ่งเอาแต่สงสัยอย่างไม่ลดละได้รับการปลอบประโลมด้วยประโยคสั้น ๆ ของเฝ่ยไป๋ลู่
หัวใจของกานว่างจมดิ่งลงด้วยกลัวว่าชายคนนั้นจะโกรธจนทำร้ายผู้อื่น
เขามองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ ในดวงตามีความชื่นชมอย่างมาก
พลังของคำพูดนั้นทรงพลังอย่างมาก ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นพูดก็ไม่มีใครเอาชนะใจผู้คนได้ด้วยคำเพียงไม่กี่คำอย่างเฝ่ยไป๋ลู่
[ฉันเชื่อไป๋ลู่! เขาไม่ใช่ฆาตกรแน่นอน!]
[แต่ชายคนนี้หงุดหงิดและฉุนเฉียวง่ายและยังพูดว่าอยากฆ่าคนด้วย ถือเป็นคนที่อันตรายมากเลยนะ ข้อสงสัยเรื่องกระเป๋าเดินทางยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างชัดเจน ความน่าสงสัยของเขาจึงสูงมาก]
[คำพูดของเฝ่ยไป๋ลู่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน คนอื่น ๆ คงไม่เชื่อ]
แน่นอนว่าทุกคนรวมถึงเจียงชิงและหานเสียวเสี่ยวมองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่อย่างสงสัย
“ถ้าเธอมีหลักฐานอะไรก็รีบพูดเถอะ เกิดคาดคะเนผิดไป เราจะหาฆาตกรตัวจริงได้ล่าช้ากว่าเดิม” หานเสียวเสี่ยวไม่เชื่อว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะสามารถมองเห็นบางอย่างจริง ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่สีหน้าอ่อนโยน สายตาของเธอจ้องมองไปที่เถ้าแก่ผู่และภรรยาที่มีสถานะต่ำต้อยมาก “หลักฐานเหรอ? ขึ้นอยู่กับว่าเถ้าแก่ผู่เต็มใจจะพูดหรือไม่”
“คุณหมายความว่าอะไร? สงสัยว่าพวกเราฆ่าคนอย่างนั้นเหรอ?”
สีหน้าไป๋หลิ่วมีความกังวลเมื่อสบตาไป๋ลู่ ความกังวลนี้ไม่ใช่ความรู้สึกผิด แต่เป็นเพราะตื่นตระหนกกับคำถาม “ขอร้องละ จู่ ๆ ศพนี้ก็โผล่มาอยู่ที่ห้องของพวกเรา พวกเราเป็นเหยื่อ เข้าใจไหม?”