เสียงฝีม้าที่กระหืดกระหระดังมาถึงประตูเมืองหน้าด่านศิลาแดง ทหารม้าที่เหลือรอดเพียง 27 นายในสภาพเกราะหลุดลุ่ย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและความหวาดกลัวจนเสียสติ ต่างพากันควบม้ากลับมาอย่างไม่คิดชีวิต พวกเขาไม่ได้กลับมาพร้อมชัยชนะหรือฝูงหมาป่า แต่กลับมาพร้อมกับความตายที่ติดตา
ภายในโถงบัญชาการ เจ้าเมืองศิลาแดง และ คุณชายฟง นั่งรอรับข่าวอย่างใจจดใจจ่อ ทันทีที่นายกองที่รอดชีวิตคุกเข่าลงแทบเท้า ร่างกายที่สั่นเทาก็พร่ำเพ้อออกมา
“ท่านเจ้าเมือง! มันไม่ใช่คน… พวกมันคือปีศาจ! นังผู้หญิงนั่นคือแม่มด! นางใช้คุณไสยเรียกควันนรกมาบดบังตาพวกเรา และเสกโซ่เหล็กที่มองไม่เห็นกระชากม้าศึกจนล้มตายระเนระนาด!”
“เหลวไหล!” เจ้าเมืองศิลาแดงตบโต๊ะเสียงดังสนั่น “ทหารม้าหนึ่งกองร้อยพ่ายแพ้ให้กับผู้อพยพเพียงไม่กี่คนงั้นรึ!”
“มันคือความจริงขอรับ! หมาป่าพวกนั้นใส่เกราะอาคม ฟันแทงไม่เข้า พวกมันฉีกกระชากพวกเราเหมือนกระดาษ นายกองฉางถูกเวทมนตร์ตรึงจนขยับไม่ได้… ข้าเห็นกับตาว่านางเรียกไฟประหลาดออกมาระเบิดกลางอากาศ!”
เมื่อได้ยินว่าหมาป่าที่ตนอยากได้เป็นอสูรอาคม และกองทหารอันทรงเกียรติถูกทำลายด้วยฝีมือ “แม่มด” เจ้าเมืองถึงกับสติหลุด เขาอาละวาดทำลายข้าวของ กวาดแจกันหยกและตำราพิชัยสงครามลงพื้นจนแตกกระจาย
“นังแม่มดนั่