ว้ต่อไปจะเป็นภัยต่อเด็กๆ และคนแก่ในครอบครัว
เหตุการณ์เกือบถูกลักพาตัวทำให้ชายฉกรรจ์ทั้ง 6 คนในครอบครัว รวมถึงพี่ชายของหลิน รู้สึกอับอายที่ปกป้องคนในบ้านไม่ได้ หลินอาศัยจังหวะนี้เรียกประชุมลับในกลุ่มผู้ชาย
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่… จากนี้ไปเราจะพึ่งพาโชคชะตาไม่ได้อีก” หลินพูดพลางนำ “กระบองยืดหดได้” และ “นกหวีดสัญญาณ” ที่แอบหยิบมาจากมิติห้างสรรพสินค้า (โดยอ้างว่าเป็นของที่เก็บได้จากศพนักรบข้างทาง) ออกมามอบให้ “เราต้องสลับเวรยามกัน 2 คนต่อกะ ตลอด 24 ชั่วโมง ใครอู้งานหมายถึงชีวิตของเด็กๆ 12 คนข้างหลัง”
ชายฉกรรจ์ทั้ง 6 เริ่มฝึกฝนการสังเกตการณ์และการต่อสู้เบื้องต้นตามที่หลินแนะนำ (ซึ่งนางจำมาจากหนังแอ็กชันในโลกเก่า) ความเข้มงวดเพิ่มขึ้นทวีคูณ พวกเขาเริ่มทำรั้วกั้นชั่วคราวรอบที่พักทุกครั้งที่หยุดเดิน
เมื่อเริ่มออกเดินทางต่อและเข้าใกล้ขบวนอพยพอื่น หลินต้องพบกับความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิม นางเห็นครอบครัวอื่นที่สิ้นหวังเริ่มทำสัญญาอัปยศ ข่าวการขายลูกหลานเพื่อไปเป็น “เสบียง” ให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลเริ่มหนาหูขึ้น
ภาพยายแก่คนหนึ่งกอดขาขอร้องไม่ให้ลูกชายขายหลานสาว แลกกับทะเบียนอาหารเพียงแผ่นเดียว ทำให้หลินสะเทือนใจจนมือสั่น นางมองดูตากับยายของนางที่เดินกระย่องกระแย่ง และเด็กๆ 12 คนที่เกาะขอบรถเข็