หากไม่ใช่เพราะกู้ชิงเอ๋ออยู่ด้วย ผู้เฒ่าเปียนคงลงมือสังหารพวกเขาทั้งหมดโดยไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วเลยสักนิด
“เอ่อ… พี่ท่าน ข้ามาจากทะเลเหนือ สำนักเงาอินทรีย์ที่นั่น… มีสถานะเช่นไรในดินแดนนี้หรือ?” อวี๋เหวินเฟยหันไปถามผู้ฝึกตนหนุ่มผู้หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกัน ซึ่งมีพลังระดับวิบากกรรม
ชายหนุ่มระดับวิบากกรรมปรายตามองอวี๋เหวินเฟยก่อนตอบกลับอย่างเรียบเฉยว่า “สำนักเงาอินทรีย์ในดินแดนหมื่นอสูรทะเลเหนือนั้น นับเป็นหนึ่งในสำนักเก่าแก่ขั้นราชาสวรรค์ มีบรรพบุรุษผู้บรรลุขั้นราชาสวรรค์ระดับสัมบูรณ์คอยคุ้มครองอยู่”
“ราชาสวรรค์ระดับสัมบูรณ์…”
เมื่อได้ยินคำนี้ อวี๋เหวินเฟยก็ไม่เหลือความสงสัยใดๆ อีกต่อไป
สำนักที่มีผู้แข็งแกร่งขั้นราชาสวรรค์ระดับสัมบูรณ์ประจำการ จะไปหวาดกลัวตำหนักชิงหลวนเล็กๆ ในทะเลใต้ได้อย่างไร?
กู้ฉางชิงปรายตามองผู้เฒ่าเปียนครู่หนึ่งก่อนพยักหน้ารับ แล้วพาสองเด็กน้อยพร้อมกับกู้ชิงเอ๋อและเหล่าศิษย์สำนักใจพิสุทธิ์มุ่งหน้าเข้าสู่สุสานใต้ดิน
ก่อนก้าวเข้าไป กู้ฉางชิงยังสังเกตเห็นบางสิ่งที่ประตูทางเข้า
บนบานประตูของสุสานใต้ดินมีตัวเลขสลักไว้ว่า หกสิบเอ็ด
“หกสิบเอ็ด?”
ตัวเลขนี้มีความหมายใดกัน?
แต่ช่างเถิด เรื่องนี้ค่อยคิดอีกที เมื่อเข้าไปสำรวจก่อนน่าจะดีกว่า
เมื่อเข้าสู่ภายในสุสานใต้ดิน กู้ฉางชิงก็ปล่อยสัมผัสวิญญาณออกไปสำรวจทั่วทั้งบริเวณ เพื่อป้องกันเหตุอันตรายที่อาจเกิดขึ้น