“ท่านลุงหวัง!” เมื่อเห็นว่าใครมา กู่เยว่เสวียนก็รีบแสร้งทำท่าทางน่าสงสารทันที
“เป็นกู้ชิงเอ๋อร์เจ้าค่ะ! นางแอบไปค้างคืนกับบุรุษที่เพิ่งพบหน้าเมื่อวาน ไม่กลับมาทั้งคืน ช่างสร้างความอับอายให้แก่สำนักใจพิสุทธิ์ยิ่งนัก!”
“คนเช่นนี้ยังสมควรอยู่ในสำนักอีกหรือ? มีแต่จะสร้างความเสื่อมเสียให้สำนักเรา!”
“โอ้? มีเรื่องเช่นนี้ด้วยรึ?” หวังจงกวาดตามองไปรอบๆ เหล่าศิษย์ที่ถูกมองต่างพยักหน้ารับเป็นพัลวัน
แต่หวังจงยังคงไม่ปักใจเชื่อ เขารู้จักนิสัยของกู่เยว่เสวียนดี นางเป็นคนเอาแต่ใจและดื้อรั้น อาศัยบารมีของบิดาที่เป็นรองเจ้าสำนักทำตัวกร่างไปทั่ว คำพูดที่ออกมาจากปากนางจึงอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด
ปัง!
ขณะนั้น ประตูโถงถูกผลักเปิดอีกครั้ง
“ท่านอาจารย์หยาง? เหตุใดพวกท่านเพิ่งกลับมากัน…”
กลุ่มที่เข้ามาคืออีกทีมหนึ่งที่ออกไปฝึกฝน
หากกู้ฉางชิงอยู่ ณ ที่นี้ เขาย่อมจำได้ทันทีว่าคนกลุ่มนี้คือศิษย์สำนักใจพิสุทธิ์ที่เขาเพิ่งช่วยชีวิตไว้เมื่อไม่นานมานี้เอง
“ทำไมเหลือกันเพียงเท่านี้? แล้วผู้อาวุโสรั่วเหมยกับผู้อาวุโสผิงเล่า ศิษย์คนอื่นๆ หายไปไหนหมด?” หวังจงมองไปยังอาจารย์หยางและกลุ่มศิษย์ที่เหลือรอดเพียงหยิบมือด้วยความสงสัย
“พวกเขา…เสียชีวิตหมดแล้ว”
อาจารย์หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสลด
“ว่ากระไรนะ!”
“เสียชีวิตทั้งหมดรึ?”
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปทันที