แล้วเยาะเย้ยว่า “เด็กน้อย ถ้าเก่งก็ลองสะบัดเปลวไฟนี้ออกไปให้ข้าดูสิ!”
“มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ หรือ?” ลู่เฉินสะบัดออกไปอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นเปลวไฟเหล่านั้น ก็กระจัดกระจายออกไปอีกครั้ง
เมื่อเห็นเปลวไฟดับลงอีกครั้ง สีหน้าของหั่วเอ่อร์ก็แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับถูกใครตบหน้าแรง ๆ
ลู่เฉินถามกลับว่า “ยังมีกลอุบายอื่นอีกหรือไม่?”
ใบหน้าของหั่วเอ่อร์หม่นหมองลงเป็นอย่างมาก ขณะที่เทียนเซียวมองด้วยความชื่นชมนับถือ ส่วนประมุขตระกูลเทียนนั้นแอบตกใจ ‘คนคนนี้เก่งกาจจริง ๆ’
แม่ใหญ่ยังคงไม่ยอมแพ้ จึงถามหั่วเอ่อร์ว่า “ผู้อาวุโสใหญ่ ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?”
หั่วเอ่อร์ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ข้าจำเป็นต้องเรียกวิญญาณเพลิงสุราออกมาแล้ว!”
เมื่อทุกคนได้ยินคำว่าวิญญาณสุราเพลิง ต่างพากันอุทานด้วยความตกใจ เพราะพวกเขารู้ดีว่าหั่วเอ่อร์เคยปราบวิญญาณสุราตัวหนึ่งไว้ในไหเหล้าโบราณ และวิญญาณสุรานั้นก็สามารถ ทำให้ผู้คนเกิดอาการ ‘มึนเมา’ ขึ้นมาได้ทันที จนสูญเสียความสามารถในการต่อต้านทั้งหมด
แม่ใหญ่ดีใจอย่างยิ่งเมื่อได้ยินและเอ่ยว่า “ดีมาก”
แต่ประมุขตระกูลเทียนกลับโกรธและพูดว่า “ผู้อาวุโสใหญ่ เจ้าไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยไม่ใช่หรือ?”
“ใครบอกให้มันมาสร้างปัญหาให้ข้าเล่า!” หั่วเอ่อร์ตอบอย่างเย็นชา
ประมุขตระกูลเทียนวิตกกังวล จึงรีบส่งเสียงทางจิตถึงลู่เฉินว่า ‘ขอความกรุณาท่าน ช่วยพาลูกชายข้าหนีออกจากที่นี่ด้