วย’
เห็นได้ชัดว่าประมุขตระกูลเทียนรู้ดีว่า หากหั่วเอ่อร์เรียกวิญญาณสุราออกมาจริง ๆ ก็จะไม่มีใครในสถานแห่งที่นี้เป็นคู่ต่อกรได้ ทว่าลู่เฉินกลับไม่สนใจ และยังคงยืนมองอยู่อย่างเงียบ ๆ
ประมุขตระกูลเทียนกระวนกระวายใจอยู่ฝ่ายเดียว แต่ไม่ว่าจะส่งเสียงทางจิตไปกี่ครั้ง ก็ไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ
ฝ่ายหั่วเอ่อร์ เขาหยิบขวดสีแดงเพลิงออกมา และเมื่อเปิดฝาออก เงาสีแดงเพลิงก็บินออกมาจากข้างใน และบริเวณรอบ ๆ เงานั้นยังมีฟองอากาศสีแดงเพลิง ผุดขึ้นมาให้เห็นอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีกลิ่นสุราอันเข้มข้นโชยออกมา
บางคนที่มีระดับการฝึกฝนต่ำเกินไป ถึงกับหน้ามืดตาลายและล้มลงกับพื้น ขณะที่บางคนก็แสดงความประหลาดใจว่า “วิญญาณสุรานี้ช่างทรงพลังอย่างยิ่ง”
แม่ใหญ่ยิ่งตื่นเต้นไม่หยุด นางพูดขึ้นมาว่า “ผู้อาวุโสใหญ่ จัดการเด็กหนุ่มคนนั้นให้ตายซะ”
“อย่าเพิ่งร้อนใจ” หั่วเอ่อร์พูดจบ วิญญาณสุราก็พุ่งตรงไปยังลู่เฉิน
จากนั้นวิญญาณสุราก็ก่อตัวเป็นม่านพลังสีแดงขนาดมหึมา ห่อหุ้มลู่เฉินไว้ภายใน ราวกับถุงลมที่มีคนอยู่ข้างใน
และเมื่อเห็นเช่นนั้น ลู่เฉินก็หัวเราะขึ้นมาว่า “แค่นี้เองหรือ?”
“เจ้าหนู รอสักครู่เจ้าก็จะรู้เองว่ามันน่ากลัวแค่ไหน” หั่วเอ่อร์มั่นใจว่าวิญญาณสุราของตน จัดการลู่เฉินได้อย่างไม่มีปัญหา
แต่ชายหนุ่มกลับยกยิ้มมุมปาก แล้วปล่อยพลังแห่ง ‘วิญญาณ’ ออกมา วิญญาณสุรารู้สึกทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ และเมื่อมันพยายามจะหลบหนี