ภาพของเขาก็ราวกับเปลี่ยนไปคนละคน แล้วพูดว่า “ผู้อาวุโส ท่าน… ท่านไม่เป็นอะไรจริง ๆ หรือ?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองเทียนเซียว
เทียนเซียวตื่นเต้นจนระงับไม่อยู่ “ดีมาก ดีมากเลย!”
พูดจบ เทียนเซียวก็มองไปทางหัวหน้าผู้ดูแล แล้วพูดอย่างองอาจว่า “เป็นยังไงบ้าง? ยังจะขวางพวกเราอีกหรือไม่?”
หัวหน้าผู้ดูแลรู้ดีว่าตนเองไม่มีเหตุผลเพียงพอ จึงทำได้เพียงพูดด้วยสีหน้าหม่นหมองว่า “ตามข้ามา!”
หลังจากนั้นหัวหน้าผู้ดูแลก็พาลู่เฉินและเทียนเซียวเดินเข้าไป แต่ในใจของหัวหน้าผู้ดูแลนั้น จะยอมให้ลู่เฉินขึ้นภูเขาง่าย ๆ ได้อย่างไร ดังนั้นเมื่อทุกคนเข้าสู่ค่ายกลเคลื่อนย้ายแล้ว หัวหน้าผู้ดูแลก็จงใจพูดขึ้นว่า “ค่ายกลเคลื่อนย้ายของพวกเราที่นี่ไม่เสถียรนัก ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น ก็อย่าเพิ่งตกใจก็แล้วกัน”
เทียนเซียวคว้าแขนลู่เฉินไว้แน่น แล้วพูดว่า “ผู้อาวุโส หากท่านอยู่ใกล้ข้าไว้ก็ไม่เป็นไรหรอก”
หัวหน้าผู้ดูแลลอบด่าทอในใจ และในขณะนั้นเอง ค่ายกลเคลื่อนย้ายก็เริ่มทำงาน แางดาวเปล่งประกายระยิบระยับรอบข้าง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีแรงดูดบางอย่างด้วย แต่เทียนเซียวรู้วิธีหลบเลี่ยง จึงดึงลู่เฉินไว้แน่นหนา จนกระทั่งครู่ต่อมา ทุกคนก็มาถึงยอดเขา
กลิ่นสุราบนยอดเขาแห่งนี้หอมฟุ้งกว่าสถานที่อื่นใด และกลิ่นอายก็เข้มข้นมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีสิ่งปลูกสร้างหลายหลังตั้งอยู่บนพื้นที่อันตรายด้วย แต่ที่นี่มีค่ายกลมากมาย ทำ