ี้ไปยังตัวเองและพูดว่า “ข้าต้องไปขอสุราจากท่านพ่อ ไม่อย่างนั้นอาการของข้าก็จะกำเริบขึ้นมา”
“อาการของเจ้าจะกำเริบหรือไม่ เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?” เทียนเหมี่ยวไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย
“ท่านพ่อเคยบอกว่าก่อนที่อาการของข้า จะกำเริบต้องไปหาท่าน ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ท่านจะรับผิดชอบไหวหรือ?”
“เรื่องนี้ง่ายมาก ข้าแค่บอกว่าเจ้าพาคนนอกมาก่อกวนก็พอ” เทียนเหมี่ยวยิ้มบาง ๆ พลางเอ่ย
“ท่าน!…” เทียนเซียวโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
ในขณะนั้นเอง หัวหน้าผู้ดูแลพลันเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณชายหก ลองมองดูรอบ ๆ สิ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย ถ้าท่านตายที่นี่จริง ๆ สุดท้ายแล้วไม่ใช่เป็นการทำให้พวกข้า สามารถบอกคนอื่นได้ตามใจหรือ?”
คำพูดนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เป็นการเตือนเทียนเซียว
เทียนเซียวมองดูรอบ ๆ และแน่นอนว่าไม่มีคนอยู่เลยสักคน แม้แต่กลิ่นอายของคนเฝ้ายามก็ไม่มี ดังนั้นเทียนเซียวจึงรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก และเมื่อเห็นเทียนเซียวมีท่าทางเช่นนั้น เทียนเหมี่ยวก็หัวเราะเยาะ “น้องหก นี่คือชะตากรรมของเจ้า!”
เทียนเซียวไม่ยอมรับชะตากรรม และพุ่งชนผ้าขาวนั้น แต่กลับถูกดีดกระเด็นออกมาทุกครั้ง
ในที่สุดเทียนเซียวก็จำเป็นต้องหันไปมองลู่เฉิน แล้วอ้อนวอนว่า “ผู้อาวุโส ขอรบกวนท่านด้วย”
“ต้องการจับเป็นหรือจับตาย” ลู่เฉินพูดเพียงสั้น ๆ แค่นั้น
เทียนเซียวตกใจเล็กน้อย แล้วหันกลับมามองเทียนเหมี่ยวและหัวหน้าผู้ดูแล แต่เทียนเหมี่ยวกลับเย้ยหยัน “ต้องการจับ