ษ์เหล่านั้นถอนหายใจทีละคน แต่พวกเขาไม่มีทางห้ามได้เลย และทำได้เพียงยืนมองอย่างไม่อาจทำอะไรได้
หัวหน้าผู้ดูแลกวาดสายตาเย็นชามา “ถ้าอย่างนั้นก็ตายซะ!”
ในขณะนั้นเอง ลู่เฉินวางมือข้างหนึ่งลงบนไหล่ของเทียนเซียว จากนั้นใบไม้เหล่านั้นก็เหี่ยวเฉาลงทันที ส่วนแสงสีเขียวรอบ ๆ รวมถึงใบไม้ที่ปลิวว่อนอยู่ทั่ว ก็พากันหายไปทีละอย่าง
เทียนเซียวกลับคืนสู่สภาพเดิมทันที
ผู้คนต่างพากันสงสัย บางคนยังพูดขึ้นว่า “ดูสิ ใบไม้บนตัวท่านหกน้อยก็หายไปแล้ว”
“ไม่ใช่แค่นั้น ใบไม้รอบ ๆ ตัวพวกเขาก็หายไปหมดด้วย”
สีหน้าของหัวหน้าผู้ดูแลพลันไม่สู้ดีเ แม้แต่ในดวงตาก็เต็มไปด้วยจิตสังหาร เขาจ้องมองไปทางลู่เฉิน “ไอ้หนู เจ้าเป็นคนทำใช่หรือไม่?”
“ไม่อย่างนั้นจะเป็นใครล่ะ?” ลู่เฉินถามกลับ
หัวหน้าผู้ดูแลกวาดสายตาเย็นชามองมา “ดูเหมือนข้าประเมินเจ้าต่ำเกินไป!”
พูดจบ ในมือของหัวหน้าผู้ดูแลก็ปรากฏแส้หนามขึ้น อีกทั้งยังเปล่งแสงสีเขียวระยิบระยับ
เมื่อผู้คนเห็นดังนั้นก็พากันสูดลมหายใจเข้าอย่างตกใจ แม้แต่เทียนเซียวยังร้อนใจ “แส้วิญญาณไม้!”
“ถูกต้อง เพียงแค่ฟาดลงไปทีเดียว ก็สั่นสะเทือนจนวิญญาณแตกกระจาย!” หัวหน้าผู้ดูแลพูดจบ ยังเหวี่ยงแส้ฟาดขึ้นกลางอากาศ หลังจากนั้นผู้คนก็เห็นแสงสีเขียวนับไม่ถ้วนกระจายออกไป ราวกับว่าเงากระดูกค่อมถูกสั่นสะเทือนจนแตกสลาย
หลายคนเห็นเช่นนี้แล้ว ก็ขนลุกขึ้นมาทันที
เทียนเซียวตกใจจนหน้าซีด เขารีบหันไปมองลู่เฉิ