ผู้คนที่เดิมมองลู่เฉินเป็นแค่ผู้บำเพ็ญ ขั้นหลอมแก่นแท้ธรรมดา เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้แล้ว ต่างพากันประจบสอพลอขึ้นมาทันที ส่วนเทียนเซียวดีใจไม่น้อย อีกทั้งยังตะโกนเรียกลู่เฉินด้วย “ผู้อาวุโส ท่านช่างเก่งกาจจริง ๆ!”
สีหน้าของหัวหน้าผู้ดูแลบูดบึ้งมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วตะโกนใส่องครักษ์เหล่านั้น “มองอะไรกัน ยังไม่จับตัวเขาอีกหรือ!?”
เหล่าองครักษ์ต่างตื่นตระหนกและกังวลขึ้นมาทีละคน เพราะพวกเขาเห็นว่าแม้แต่หัวหน้าผู้ดูแล ก็ยังทำอะไรลู่เฉินไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจว่าพวกตนก็ทำไม่ได้เช่นกัน จึงทำเพียงมองหน้ากันไปมา
“อะไรกัน? ไม่เชื่อฟังคำสั่งแล้วหรือ!?” หัวหน้าผู้ดูแลพูดด้วยความโกรธ
แต่เทียนเซียวกลับตะโกนขึ้นมา “ใครกล้าแตะต้องเขา กลับไปข้าจะไปบอกท่านพ่อให้หมด!”
องครักษ์เหล่านี้ต่างลำบากใจขึ้นมา เพราะไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็เอาใจทั้งสองฝ่ายไม่ได้
หัวหน้าผู้ดูแลถลึงตามองไปทางเทียนเซียว “คุณชายหก เรื่องความปลอดภัยของโรงหมักสุรานี้ ข้าเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่ท่าน!”
“แต่เขาเป็นหมอเทวดาที่ข้าเชิญมา” เทียนเซียวพูดอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
หัวหน้าผู้ดูแลรู้สึกอึดอัดใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็จัดการลู่เฉินไม่ได้ จึงคิดอยู่สักพัก แล้วจ้องมองเทียนเซียวกับลู่เฉิน “อยากเข้าไปก็ได้ แต่ต้องพิสูจน์ก่อนว่าเขาเป็นหมอเทวดาตัวจริงหรือไม่!”
“พิสูจน์?” เทียนเซียวไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอะไร
หัวหน้าผู้ดูแลหยิบขวดสุราออกม