ไป
ถังอิงเกิดความสงสัย จนกระทั่งพวกเขาขึ้นมาบนภูเขาแล้ว พบโครงกระดูกอยู่เบื้องหน้า
โครงกระดูกนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเจ้าสำนักผู้นั้น ทว่าเจ้าสำนักผู้นี้สูญเสีย ‘ชีวิต’ ไปแล้ว นอนอยู่ที่นั่นราวกับกองกระดูกขาว
ถังอิงตกใจ “นี่ไม่ใช่เจ้าสำนักผู้นั้นหรือ?”
“อืม”
“แต่ทำไมเขาถึงไม่มีวิญญาณล่ะ?” ถังอิงสงสัยหลังจากพบความผิดปกติ
ลู่เฉินก้าวไปข้างหน้า พร้อมมองเจ้าสำนักที่ถูกตนทำลาย รากวิญญาณสวรรค์ไปหลายดวง แล้วกล่าวว่า “วิญญาณไปที่ไหน คงมีแต่พวกเขาเท่านั้นที่รู้”
ในเวลานั้นเอง หญ้าที่เปล่งแสงขาวโดยรอบกำลังส่ายไหว
“เจ้า เจ้าดูสิ หญ้าพวกนี้กำลังส่ายไหว!?” ถังอิงพลันตกใจขึ้นมา
ลู่เฉินเองก็เห็นเช่นกัน และในตอนนั้นเอง แสงจากหญ้าพวกนี้ลอยออกมาเป็นประกายดาว และประกายดาวเหล่านี้ ก็รวมตัวกันกลายเป็นเงาร่างยักษ์
ร่างนี้เป็น ‘นักบวชชรา’
นักบวชชราลูบเคราขาว เขาจ้องมองคนทั้งสองพลางกล่าวเสียงเย็นชา “พวกเจ้าเป็นใคร แล้วมาที่นี่ทำไม?”
“แล้วเจ้าล่ะเป็นใครกัน?” ถังอิงย้อนถาม
“ข้า? เจ้าหอแห่งวังทะเลภูเขา” นักบวชชราตอบ
“เจ้าหองั้นหรือ?” ถังอิงงุนงงและไม่เข้าใจความหมาย
“ถูกต้อง!” เจ้าหอตอบอย่างหยิ่งผยอง
ถังอิงมองลู่เฉิน ส่วนชายหนุ่มยิ้มพลางเอ่ยว่า “ในเมื่อเจ้าเป็นเจ้าหอ เช่นนั้นข้าขอสอบถามเกี่ยวกับสองคนได้หรือไม่?”