วิญญาณ
ถังอิงสงสัย “ไม่ใช่ว่าการรับรู้ถูกจำกัดหรือ?”
ลู่เฉินไม่พูดอะไร ส่วนถังอิงรู้สึกหงุดหงิด “ทำตัวลึกลับอีกแล้ว”
แต่หลังจากถังอิงจ้องมองลู่เฉินสักพัก นางก็ยิ้มออกมา “แต่ท่าทางนั่งสมาธิของเจ้านี่ ดูเท่ดีนะ”
พูดจบ ถังอิงก็ยืนจ้องมองลู่เฉินอยู่ตรงนั้น
ผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เฉินลืมตาขึ้นมาทันที และเห็นถังอิงกำลังยืนจ้องตนเองอยู่ตรงหน้า ทำให้ลู่เฉินขมวดคิ้วพลางถามว่า “มองอะไร?”
“ข้าดูเจ้าอยู่นะ” ถังอิงพูดออกมาอย่างหลงใหล
ลู่เฉินไม่เข้าใจจริ งๆ ว่าทำไมถังอิงผู้นี้ ถึงชอบทำตัวราวกับเป็นสตรีของเขา อีกทั้งสายตาที่มองมาก็ดูแปลกประหลาด
แต่ชาหนุ่มก็ไม่อยากถามอะไรมาก ทำเพียงลุกขึ้นแล้วเดินไปในทิศทางหนึ่ง
“เป็นอย่างไรบ้าง พบอะไรหรือไม่” ถังอิงเห็นลู่เฉินเป็นเช่นนั้น จึงถามด้วยความสงสัย
“พบร่องรอยของพวกเขาแล้ว” ลู่เฉินตอบ
“อยู่แถวนี้หรือ” ถังอิงคิดว่าอยู่ใกล้ ๆ จึงอดถามไม่ได้
“ไม่ใช่ อยู่ห่างออกไปพอสมควร”
“ห่างออกไป? แต่ไม่ใช่ว่าไม่สามารถรับรู้ได้หรอกหรือ” ถังอิงไม่เข้าใจ
เขาไม่ได้อธิบายอะไร ทำเพียงเดินต่อไป จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งเค่อจึงค่อย ๆ เห็นแสงสว่าง และแสงนั้นก็แผ่ออกมาจากภูเขาลูกหนึ่ง
เห็นเพียงแสงสีขาวอ่อนแผ่กระจายออกมา แต่หากมองอย่างละเอียดจะเห็นว่า แสงเหล่านี้เกิดจากหญ้าบางชนิดที่เปล่งแสงออกมา
ถังอิงสงสัย “สถานที่ไกลขนาดนั้น เจ้ารับรู้ได้อย่างไร”
“ข้ามีวิธีของตนเอง” ลู่เฉินพูดจบก็ขึ้นเขา