ามอย่างยิ่ง” ถังอิงกล่าวเย้ยหยัน
อวิ๋นเมิ่งหนิง หรือยายเฒ่าหัวเราะกลอกตาใส่ “จอมมารหญิง หากเจ้ายังปากมากอีก ข้าจะต้องผนึกปากเจ้าแล้ว!”
“มาสิ ข้าอยากดูนักว่าเจ้าจะเก่งกาจสักแค่ไหน!” ถังอิงไม่เกรงกลัวอีกฝ่ายแม้แต่น้อย กระทั่งกล่าวยั่วยุ
อวิ๋นเมิ่งหนิงไม่อยากจะพูดคุยกับถังอิง แต่กลับจ้องมองลู่เฉินแล้วพูดด้วยความโกรธ “ไอ้หนู เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงมาก่อกวนวังทะเลภูเขาของข้า!”
“ข้าไม่ได้อยากก่อกวน!”
“ไม่อยาก? เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือไง?” อวิ๋นเมิ่งหนิงถามอย่างเยาะเย้ย
ลู่เฉินยิ้มพลางกล่าว “ข้าแค่อยากรู้เรื่องราวบางอย่าง ของศาลาภารกิจของพวกเจ้าเท่านั้น”
“หมายความว่าอย่างไร?” อวิ๋นเมิ่งหนิงกัดฟันถามด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
“พวกเจ้ามีภารกิจที่ขัดขวางแผนการของข้า ดังนั้นข้าต้องหาตัวผู้ที่มอบภารกิจนั้น” ลู่เฉินพูดไปทีละประเด็น
อวิ๋นเมิ่งหนิงขมวดคิ้วพลางกล่าว “นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!”
“อ้อ? เป็นไปไม่ได้งั้นหรือ?”
“ไร้สาระ ศาลาภารกิจเป็นหนึ่งในสถานที่ลึกลับที่สุดของวังทะเลภูเขา ดังนั้นคนนอกไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้ถึงการดำรงอยู่ของพวกเขา” อวิ๋นเมิ่งหนิงพูดเสียงเย็นชา
ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ พลางเอ่ย “แล้วถ้าข้าจะดื้อดึงตามหาพวกเขาล่ะ?”
“บอกแล้วว่าเจ้าไม่มีสิทธิ์!” อวิ๋นเมิ่งหนิงจ้องตาอย่างดุดัน
ลู่เฉินจำต้องกล่าว “หากพวกเจ้าไม่ส่งตัวพวกเขามาให้ข้า เช่นนั้นข้าก็จะสังหารทุกคนจนถึงศาลาภารกิจ และเมื่อถึงตอ