่อเจ้าหรอก”
“เขาต้องมาเพื่อข้าแน่ ๆ” ถังอิงยังคงดื้อดึงพูด
ยายเฒ่าหัวเราะหัวเราะเยาะ “ช่างคิดไปเองเสียจริง!”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย?” ถังอิงกลอกตาใส่
ยายเฒ่าหัวเราะไม่อยากเสียเวลาพูดจากับนางอีก จึงผลักนางออกไปด้านข้าง แล้วใช้เถาวัลย์สีดำพันรัดเป็ดมารเอาไว้ พร้อมดึงมันมาไว้ข้างกาย จากนั้นก็ข่มขู่ลู่เฉินว่า “ไอ้หนู ในเมื่อเจ้ามาเพื่อมัน เจ้าก็น่าจะรู้ว่าถ้าข้าอยากจะทำลายมัน ข้าก็ทำได้ทันที”
“ข้าขอเตือนให้เจ้าปล่อยมัน ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องเสียใจ”
“น่าขัน ข้าจะเสียใจงั้นหรือ?” ยายเฒ่าหัวเราะหัวเราะเยาะ นางไม่ได้สนใจคำเตือนของลู่เฉินแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มหยิบแผ่นหินฉวิญญาณขึ้นมา แล้วอาศัยพลังของแผ่นหินฉวิญญาณใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณ
ฝ่ามือแปดวิญญาณนี้เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ทำให้ยายเฒ่าหัวเราะต้องถอยหลังไปหลายก้าว และวิญญาณของนางยังรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการเอาไว้
“เจ้ากล้าทำร้ายข้าหรือ!?” ยายเฒ่าหัวเราะกล่าวอย่างโมโห
ลู่เฉินไม่สนใจนาง กลับลากเป็ดอสูรมาตรงหน้าตัวเอง
เขาเริ่มแก้เถาวัลย์สีดำที่พันอยู่บนตัวเป็ดอสูร แต่ถังอิงกลับร้อนใจ “ข้ายังถูกมัดอยู่นะ”
ลู่เฉินไม่พูดอะไร แต่กลับเดินไปหายายเฒ่าหัวเราะ
ยายเฒ่าหัวเราะพยายามจะดึงตัวถังอิงเข้ามาหาตน เพื่อเอาไว้เป็นทางหนี แต่ลู่เฉินกลับเคลื่อนที่เร็วราวกับเงา เขาปรากฏตัวตรงหน้ายายเฒ่าหัวเราะพลางกล่าวว่า “คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า”
ยายเฒ่าหัวเราะเห็นว่