เยี่ยหั่วกลอกตาพูด “อย่าเหลิงไปหน่อยเลย!”
“ข้าเตือนขอเจ้าอีกครั้ง รีบพาคนของเจ้าไปซะ ไม่อย่างนั้นจะไม่สบายกันทั้งหมด” ลู่เฉินมองเยี่ยหั่วพลางยิ้ม
เยี่ยหั่วแค่นเสียงเย็นชาและเอ่ย “เห็นจอมกระบี่ที่อยู่ข้างหลังข้าหรือไม่?”
“แล้วอย่างไร?”
“พวกมันล้วนเป็นจอมกระบี่สวรรค์เก้าดาราทั้งสิ้น” เยี่ยหั่วคิดว่าลู่เฉินจะต้องหวาดกลัว
แต่ลู่เฉินชี้ไปทางอินซาน “เจ้าถามเขาดูสิว่าข้าจะกลัวหรือไม่?”
อินซานรู้ดีว่าวิชาของลู่เฉินน่าหวาดกลัวยิ่งกว่า จึงมองเหล่าจอมกระบี่สวรรค์แล้วพูดว่า “ทุกท่าน พวกท่านไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ดังนั้นรีบถอยไปเถอะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น พวกเขาก็หัวเราะชอบใจ
“มีอะไรน่าขำนักหรือ?” อินซานขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าพวกเขายังไม่รู้ ถึงความน่าสะพรึงกลัวของลู่เฉิน
มีคนเยาะเย้ยว่า “อินซาน เจ้าสู้เขาไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าพวกข้าจะต้องกลัวเขา!”
“ใช่แล้ว!”
“อินซาน เจ้าทำให้จอมกระบี่สวรรค์ แห่งวังทะเลภูเขาอย่างเราขายหน้าแล้วจริง ๆ!”
พวกเขาต่างพากันประณามอินซาน และอินซานก็มีสีหน้าหม่นหมองลง “พวกเจ้าจะว่าอะไรก็ตามใจ ทว่าเดี๋ยวคนที่จะเสียท่าก็คือพวกเจ้า ไม่ใช่ข้า”
ทุกคนไม่เชื่อ และยังจัดการตั้งท่าค่ายกลกระบี่
ค่ายกลกระบี่เปล่งประกายห้าสีวูบไหว จากนั้นเยี่ยหั่วก็พูดอย่างภาคภูมิใจ “เจ้าหนู เห็นหรือไม่?”
“เห็นอะไร?”
“เมื่อค่ายกลกระบี่เหล่านี้โจมตีเจ้า ต่อให้เจ้าเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ ก็ต้องตายสถ