ินด้วยความประหลาดใจ
ผู้คนที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลต่าง พากันอุทานด้วยความตกใจ ส่วนเยี่ยหั่วโกรธจนแทบระเบิด “หุบปากซะ!”
ถังอิงยิ้มบาง ๆ และเอ่ย “แล้วถ้าข้าไม่หุบปากล่ะ?”
เยี่ยหั่วโมโหมาก แต่นางก็ยังคงจับจ้องไปทางลู่เฉินเป็นเป้าหมาย แล้วปล่อยฝนหินเพลิงออกมาอีกครั้ง
ลู่เฉินเคลื่อนไหวหลบหลีก แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การหลบหลีกธรรมดา เขาหยิบศิลาวิญญาณออกมา แล้วโยนไปตามจุดต่าง ๆ
ผู้คนต่างสงสัยว่าลู่เฉินกำลังทำอะไร
เยี่ยหั่วเองก็งุนงงเช่นกัน “ไอ้หนู เจ้ากำลังวางแผนจะทำอะไร?”
ในตอนนั้นเอง มุมปากของลู่เฉินพลันยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เปลวเพลิงโดยรอบหายวับไปทันที เส้นทางลวงตาที่ทำให้ผู้คนสับสนเองก็หายไปด้วย หลงเหลือเพียงเส้นทางที่แท้จริงเท่านั้น
ในเวลาเดียวกัน หญิงสาวในชุดแดง ซึ่งในมือถือคทาสีแดงเพลิง นางยืนอยู่ตรงนั้นและมองลู่เฉินด้วยความตกตะลึง “เจ้าทำลายค่ายกลของข้าได้งั้นหรือ?”
ผู้คนต่างตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าลู่เฉินจะทำลาย ค่ายกลได้ง่ายดายเช่นนี้
ถังอิงมองพลางหัวเราะใส่เยี่ยหั่ว “เป็นอย่างไร เขาเก่งใช่หรือไม่”
“เขาเก่ง แต่ไม่ใช่เจ้าเก่ง เจ้าจะโอ้อวดทำไมกัน” เยี่ยหั่วบ่นอย่างหงุดหงิด
“ก็เหมือนกันนั่นแหละ เหมือนกัน” ถังอิงกล่าวซ้ำพร้อมรอยยิ้ม
เยี่ยหั่วถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ จากนั้นก็จ้องมองลู่เฉินพลางแค่นเสียงกล่าวว่า “ตอนนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นค่ายกลที่แข็งแกร่งกว่านี้”
พูดจบ เยี่ยหั่วก็สะบัดคทาในมื