อ จากนั้นเงาเปลวไฟก็รวมตัวกันมาจากทุกทิศทาง แล้วลู่เฉินก็ถูกกักขังอยู่ในม่านหมอกสีแดงเพลิง ทำให้ทุกคนพลันสูญเสียร่องรอยของชายหนุ่มไป
ถังอิงร้องอุทานทันที “ค่ายกลหมอกเพลิง!”
“ถูกต้อง ค่ายกลหมอกเพลิง! ค่ายกลเพลิงอันดับหนึ่งแห่งวังทะเลภูเขา! และเมื่อใดที่ตกอยู่ในนั้น ก็เหมือนถูกขังอยู่ในม่านหมอก ไม่ว่าจะเดินอย่างไรก็ไม่มีทางออกมาได้” เยี่ยหั่วกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ถังอิงขมวดคิ้วทันที แล้วหันไปมองหั่วเตาหลาง “นายท่านของเจ้ารับมือได้หรือไม่”
“ความสามารถของนายท่านนั้นล้ำเลิศ วางใจได้” หั่วเตาหลางกล่าวอย่างมั่นใจ
“ความสามารถล้ำเลิศ?” ถังอิงรู้สึกแปลก ๆ
อินซานที่อยู่ด้านข้างกลับเป็นกังวล “ค่ายกลหมอกเพลิง เป็นค่ายกลเพลิงอันดับหนึ่งของที่นี่ และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถทำลายมันได้”
ถังอิงยิ่งฟังสีหน้าก็ยิ่งดูไม่ดี ส่วนเยี่ยหั่วหัวเราะอย่างเย็นชา “ข้าไม่อยู่เล่นกับพวกเจ้าแล้ว”
พูดจบ เยี่ยหั่วก็กระโดดเข้าไปในกองเพลิงที่มีหมอกควัน แล้วหายวับไปต่อหน้าทุกคน
ถังอิงเองก็อยากจะเข้าไปเช่นกัน แต่กลับถูกขัดขวางเอาไว้ด้านนอก
“หญิงชั่วช้า!” ถังอิงรู้สึกกลัดกลุ้มถึงที่สุด
แต่ตอนนี้เองที่เป็ดมารเอ่ยปากขึ้นมา “นายท่านบอกว่าเขาไม่เป็นไร แล้วให้พวกเราอยู่ตรงนี้ อย่าเคลื่อนไหวไปไหน”
เมื่อเห็นเป็ดมารเอ่ยปาก ถังอิงก็รีบถามอย่างดีใจ “จริงหรือ?”
“อืม!”
ถังอิงทำได้เพียงรออยู่ตรงนั้น ส่วนภายในค่ายกลกลับเป็นภาพอีก