็ได้ หรือจะเชื่อก็ได้ อย่างไรสิ่งที่ควรพูด ข้าก็พูดไปหมดแล้ว จะเชื่อหรือไม่ล้วนเป็นเรื่องของเจ้า!”
เยี่ยหั่วโกรธจนแทบระเบิด นางจ้องลู่เฉินพลางพูดว่า “เจ้าอยู่ที่นี่และสัมผัสมันไปเรื่อย ๆ เถอะ”
“อย่าเพิ่งรีบร้อน รอให้ข้าเก็บรวบรวมเปลวไฟพวกนี้ก่อน”
“เก็บรวบรวม?”
“ใช่ ข้าจะเอาไปให้คนอื่นบำเพ็ญ” ลู่เฉินคิดจะมอบให้หั่วเตาหลาง เพราะเปลวไฟชนิดนี้เหมาะกับเขามาก
เยี่ยหั่วหัวเราะเยาะ “เจ้าช่างน่าขันจริง ๆ”
ลู่เฉินไม่พูดอะไร ทำเพียงรวบรวมสมาธิ แล้วดูดเปลวเพลิงเหล่านั้น เข้าสู่ร่างกายทีละน้อย จากนั้นก็ผนึกมันเอาไว้ในจิตสำนึก
แต่เยี่ยหั่วไม่รู้ โดยเฉพาะเมื่อเห็นลู่เฉินดูด เปลวเพลิงเหล่านั้นไปทีละน้อย สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป “เจ้า… เหตุใดถึงไม่เป็นอะไรเลย?”
“นี่ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับข้า” ลู่เฉินพูดเพียงประโยคเดียว ก็ทำให้เยี่ยหั่วเผยสีหน้าบึ้งตึง
แต่สิ่งที่ทำให้เยี่ยหั่วคาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นก็คือ ชายหนุ่มสามารถดูดเปลวเพลิงทั้งหมด เข้าไปในคราวเดียว ราวกับว่ามันไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อเขาเลย
และเมื่อเยี่ยหั่วเห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจ “เป็นไปไม่ได้! ร่างกายเพียงร่างเดียวของเจ้า จะสามารถดูดซับเพลิงสงบสมุทร มากขนาดนี้ได้อย่างไร?”
“สำคัญด้วยหรือ?” ลู่เฉินมองเยี่ยหั่วพร้อมรอยยิ้ม
เยี่ยหั่วโกรธจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ แล้วโบกคทาในมือ ทำให้เปลวเพลิงรอบข้างทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อลู่เฉินเห็นดังนั้นก็ยิ้