ธนาการวิญญาณมืดเหล่านี้ ค่อย ๆ กัดกินวิญญาณของมัน จนกว่ามันจะกลายเป็นคนโง่” เฮยฉีเทียนกล่าวอย่างมั่นใจ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจี้ยนว่านอันก็รู้สึกสบายใจ แต่ลู่เฉินกลับเอ่ยปากขึ้นว่า “แค่นี้หรือที่พวกเจ้าทำได้?”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ แค่นี้?” เฮยฉีเทียนคิดว่าลู่เฉินกำลังดิ้นรนก่อนตาย
ลู่เฉินหัวเราะ แล้วพูดกับเฮยฉีเทียนว่า “เจ้าดูให้ดี ๆ”
พูดจบ เขาก็ทำลายโซ่ตรวนทั้งหมดทีละเส้น
เมื่อเห็นโซ่ตรวนหายไปทีละเส้นในชั่วพริบตา เฮยฉีเทียนและคนอื่น ๆ ต่างตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าลู่เฉินจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
เจี้ยนว่านอันไม่ต้องการให้จบลงแค่นี้ จึงตะโกนบอกเฮยฉีเทียนและคนอื่น ๆ ว่า “ใต้เท้าโจมตีต่อไป!”
เฮยฉีเทียนกำมือทั้งสองแน่น จากนั้นสิ่งประหลาดลึกลับสีดำ ก็รวมตัวขึ้นรอบลู่เฉิน แล้วกักขังเขาไว้ในพื้นที่นั้น
ไม่เพียงเท่านั้น คนอื่น ๆ ก็รวมพลังสร้างเงากระบี่สีดำขึ้นมาทีละเล่ม ๆ เงากระบี่เหล่านั้นพันรอบวิญญาณของลู่เฉิน ราวกับพร้อมจะโจมตี และทำลายวิญญาณของชายหนุ่มได้ทุกเมื่อ
แต่เฮยฉีเทียนไม่ได้ลงมือทันที กลับจ้องลู่เฉินพลางยิ้มและพูดว่า “ไอ้หนู เจ้าก็เห็นแล้วว่าข้าขังเจ้าไว้แล้ว”
“แล้วอย่างไร?” ลู่เฉินย้อนถาม
“ขอเพียงเจ้าตอบคำถามของข้าดี ๆ ข้าก็อาจพิจารณาปล่อยเจ้าไป” เฮยฉีเทียนพูดอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
ลู่เฉินได้ยินแล้วหัวเราะออกมา “ตอบคำถาม?”
“ใช่ เพียงแค่เจ้าบอกพวกเราว่าเจ้าทำลาย พันธนาการของพวกเราได