“หัวหน้าเฮย นี่คืออะไรกันแน่?”
“เป็นกำแพงวิญญาณที่ใช้กักวิญญาณ” เฮยฉีเทียนตอบเจี้ยนว่านอัน
เจี้ยนว่านอันยังไม่ค่อยเข้าใจนัก ส่วนเฮยฉีเทียนหันไปพูดกับลู่เฉินว่า “ไอ้หนู ข้าบอกเจ้าเลย อย่าคิดว่ากลอุบายแค่นี้ จะกักขังพวกเราเอาไว้ได้!”
“เจ้ารู้จักสิ่งนี้ด้วยหรือ? งั้นก็น่าจะรู้ว่าเมื่อมันหดตัวลง พลังวิญญาณของพวกเจ้า จะถูกผูกมัดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งสุดท้าย…” ลู่เฉินหัวเราะอย่างน่าขนลุก
เฮยฉีเทียนแค่นเสียงว่า “พวกเราผ่านการฝึกฝนเคล็ดวิชาภูตมา ย่อมมีวิธีการพิเศษ”
พูดจบ เฮยฉีเทียนก็ให้ทุกคนนั่งลงด้วยกัน แล้วรวมตัวกันสร้างสิ่งประหลาดลึกลับสีดำ ขนาดใหญ่ห่อหุ้มพวกเขาไว้ และเมื่อลู่เฉินเห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมา “น่าสนใจนี่ ถึงกับต้านทานได้ขนาดนี้”
เฮยฉีเทียนหัวเราะเยาะ “ไอ้หนู หมดปัญญาแล้วสินะ?”
เจี้ยนว่านอันเองก็เริ่มลำพองใจ “ไอ้หนู ยอมแพ้เถอะ เจ้าไม่มีทางชนะพวกเราได้หรอก”
แต่ลู่เฉินกลับหัวเราะ และเป็นเสียงหัวเราะที่ชวนให้ รู้สึกขนพองสยองเกล้า
ในเวลาเดียวกันนั้น ลู่เฉินได้ใช้คาถาสยบภูตผี ทำให้ผู้ฝึกวิชาที่มีพลังอ่อนแอ ถูกคาถาสยบภูตผีรัดรึง และสลายไปในทันที
กลุ่มคนต่างตะลึงงัน และพากันล้อมรอบเฮยฉีเทียน ในนขณะที่เฮยฉีเทียนจ้องมองทุกคน แล้วตวาดด้วยความโกรธ “กลัวทำไม! เขาก็แค่คนคนเดียว มีอะไรน่ากลัวนัก!”
หลังได้ยินดังนั้นทุกคนจึงสงบลง ส่วนเฮยฉีเทียนเบิกตาโพลง พลางจ้องมองลู่เฉิน “ไอ้หนู ข้าบอก