นึ่งพวกเขาก็มาถึงหน้าภูเขาเหมันต์ บริเวณรอบ ๆ มีสิ่งประหลาดลึกลับขนาดใหญ่ปรากฏ แต่มีทางเข้าอยู่ที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง
บนท่าเรือมีผู้คนอยู่ไม่น้อย และริมท่าเรือยังมีเมืองเล็ก ๆ อยู่แห่งหนึ่ง
เมื่อลู่เฉินและคณะมาถึงท่าเรือ ก็พบกับกลุ่มคนสวมชุดของวังทะเลภูเขายืนเฝ้าอยู่
พวกเขาเห็นถังอิงเข้าก็ตกใจถอยหลัง บางคนตะโกนว่า “จอมมาร กล้าดีกลับมาที่นี่ได้อย่างไร?”
ถังอิงยืนเท้าเอวและเอ่ย “คราวที่แล้วข้าไม่ว่าง แต่ตอนนี้ข้ามีเวลาแล้ว”
“โอ้อวดไปเถอะ คราวที่แล้วเจ้าถูกนักดาบของวังทะเลภูเขาเราไล่ จนต้องหนีไปต่างหาก”
“แค่พวกเขาน่ะหรือ ข้าไม่กลัวหรอก!” ถังอิงพูดอย่างไร้นางอาย
“ถ้างั้นเจ้ารอดูก็แล้วกัน” มีคนหนึ่งเริ่มเครียด แล้วบีบทำลายยันต์
ทันทีที่ยันต์แตกสลาย ชายคนหนึ่งซึ่งแบกกระบี่ใหญ่ ก็บินมาจากสถานที่ห่างไกล จากนั้นเมื่อเขาลงจอดและก้าวเดิน จะเห็นเกราะสีเงินวาบผ่านขาทั้งสองข้าง
ทั่วร่างของเข ถูกห่อหุ้มด้วยเกราะสีเงิน เหลือเพียงดวงตาทั้งสองที่เผยออกมา
เมื่อคนของวังทะเลภูเขาเห็นชายผู้นั้น ต่างก้มคำนับอย่างนอบน้อม “ใต้เท้าอินซาน!”
คนที่ชื่ออินซานเห็นถังอิง แล้วพูดเสียงเย็นชาว่า “จอมมารน้อย เจ้ายังกล้ามาที่ทะเลภูเขามารอีกงั้นหือ?”
“ทะเลภูเขามารไม่ใช่สถานที่ของพวกเจ้าเสียหน่อย ทำไมข้าจะมาไม่ได้?” ถังอิงกลอกตาพูด
“หลังจากเจ้าก่อเรื่องครั้งที่แล้ว พวกข้าก็จัดให้เจ้าเป็นคนต้องห้ามของที่นี่แล้ว” อินซานพูดเส