อาวุโสใหญ่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ม่อเหรินเองก็ไม่รู้เช่นกัน เขาทำได้เพียงงุนงง “ข้าจะรู้ได้อย่างไร”
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างหงุดหงิดจนถึงขีดสุด
ส่วนลู่เฉินเดินออกจากถ้ำไปอย่างรวดเร็ว และพบกับต้วนเสี่ยที่กำลังรออยู่แถวนั้น
ทว่าตอนที่ต้วนเสี่ยเห็นถังอิง เขาก็ตกใจและรีบถอยหลังไปหลายก้าว ส่วนถังอิงหัวเราะพลางพูดว่า “ข้าน่ากลัวถึงเพียงนั้นเลยหรือ?”
“ท่านประมุขลัทธิ”
“วางใจเถอะ ตอนนี้ข้าเป็นคนของเขาแล้ว” ถังอิงพูดจบก็จะไปโอบไหล่ลู่เฉิน แต่ชายหนุ่มกลับหลบหายไปในพริบตา ทำให้ถังอิงคว้าอากาศ และเกือบจะล้มลงไปกับพื้น
เรื่องนี้ทำให้ถังอิงบ่นว่า “เจ้าช่างเป็นคนเลือดเย็นเหลือเกิน”
ต้วนเสี่ยงุนงงไปหมด ส่วนลู่เฉินกลับพูดกับเขาว่า “เจ้าอยู่ที่นี่ต่อไปเถอะ”
พูดจบ ลู่เฉินก็เดินออกจากลัทธิมารเหมันต์ ส่วนถังอิงพร่ำพูดอยู่ข้าง ๆ
จนกระทั่งลู่เฉินเดินออกจากลัทธิมารเหมันต์แล้ว ก็ให้เซี่ยอีฉานจากไป ส่วนตัวเองเรียกหั่วเตาหลางออกมา
เมื่อเห็นหั่วเตาหลาง ถังอิงก็มองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วหัวเราะพลางพูดว่า “เจ้าหนู เขาเป็นใครกัน เหตุใดถึงดูเย็นชาเหลือเกิน”
ลู่เฉินไม่พูดอะไร ถังอิงจึงร้อนใจ “งั้นเจ้าบอกข้ามาสิว่าเจ้าชื่ออะไร”
“ทำไมข้าต้องบอกเจ้าด้วย?”
“เจ้าเป็นบุรุษของข้า อย่างน้อยข้าก็ควรรู้ชื่อของเจ้าสิ” ถังอิงอธิบาย
“เจ้าช่างไร้ยางอายเหลือเกิน” ลู่เฉินพูดอย่างจนปัญญา
ถังอิงยิ้มอย่างไร้ยางอายและพูดว่า