!”
ม่อเหรินเผยสีหน้าหนักใจ “เขาจะต้องมีจุดประสงค์อื่นแน่ มิใช่แค่เรื่องเจ้า ไม่เช่นนั้นแค่พวกเราส่งตัวเจ้าไป เขาก็น่าจะต้องยอมถอนตัวไปแล้วสิ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตก็เผยใบหน้าซีดเผือด “งั้น… จะทำอย่างไรดี?”
ม่อเหรินกัดฟัน “ไป! ไปหาท่านประมุข แล้วให้ท่านตัดสิน!”
พูดจบ เขาก็พาคนทั้งหมดไปถึงหน้าประตูหินใหญ่ และเมื่อผลักเข้าไป ด้านในก็ปรากฏลูกแก้วสีม่วงเรืองแสงอยู่กลางอากาศ
ม่อเหรินก้มศีรษะคารวะทันที “ท่านประมุข”
คนอื่น ๆ เองก็รีบก้มคำนับพร้อมกัน “ท่านประมุข”
ทันใดนั้นเสียงหญิงสาวก็ดังออกมาจากลูกแก้ว “ข้ากำลังปิดด่านพลัง พวกเจ้ามาที่นี่ทำไมกัน?”
หลังจากนั้นม่อเหรินจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง และเมื่อประมุขหญิงฟังจบก็รู้สึกแคลงใจ “คิดจะทำลายลัทธิของข้างั้นหรือ?”
“ขอรับ”
“เขาเป็นใคร มาจากที่ไหนกกัน?” นางถามต่อ
ม่อเหรินให้ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตเล่าอย่างละเอียด แม้เขาจะไม่เต็มใจ แต่ก็ต้องเล่าเหตุการณ์ทุกอย่าง
และเมื่อฟังจบ น้ำเสียงเย็นชาของประมุขหญิงก็ดังขึ้น “พวกเจ้าใช้ทุกวิถีทางแล้วหรือ?”
“ใช้หมดแล้ว แต่ก็ยังทำอะไรเขาไม่ได้ขอรับ” ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตกล่าวด้วยความขมขื่น
“เช่นนั้น… ข้าจะเจรจากับเขาเอง”
ลูกแก้วสีม่วงปลดปล่อยคลื่นพลัง จากนั้นเสียงของนางก็แพร่กระจายไปทั่วถ้ำ จนไปถึงหูของลู่เฉิน
ลู่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางพึมพำ “เสียงสตรี?”
เขาปล่อยต้วนเสี่ยออกมา
หลั